ติดตามเราเพื่อส่วนลดพิเศษและเคสใหม่ๆ ตามนี้เลย:

สวัสดีครับ เพื่อนๆ  ^___^ ชาว 425degree

วันนี้ผมมีหูฟังไร้สายที่เชื่อมต่อด้วยระบบ Bluetooth มาทดสอบกัน ซึ่งก็คือ Plextone BX240 จากการที่ผมได้ทดลองฟังมาซักระยะนึงก่อนที่จะมาเขียนรีวิวตัวนี้ ซึ่งจริงเราก็มีทำ รีวิวในส่วน Video ภาพรวมไปแล้ว และ ก็มีรีวิวบทความแบบรวมๆ

คราวนี้เราจะมาเน้นเสียงกันเน้นๆ ว่าเสียงมันดียังไงบ้าง ลองมาอ่านกันนะครับ

สำหรับใครอยากดูรีวิวอื่นๆ

รีวิวเก่า แบบรวมๆ by 425degree >>>คลิกที่นี่

รีวิว Video by 425degree

 

ราคาประหยัด เบสดี มิติดี

จุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือ ราคาประหยัด เสียงเบสที่ไม่ล้นไปจนหลอกหู การแยกชิ้นของเครื่องดนตรีสามารถทำได้ดี ความกว้างของเวทีเสียงที่ให้มาได้อย่างเหมาะเจาะ รูปลักษณ์ภายนอกที่มีความ Sport สวมใส่แล้วมีความกระชับไม่หลุดง่าย

ซึ่งจัดว่าเป็นหูฟังที่เสียงดีคุ้มตัวนึงในราคานี้เลยครับ

วิธีการทดสอบ

วิธีการทดสอบหูฟังของผมจะแบ่งออกเป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้

1 รูปลักษณ์ภายนอก (ตาดู , มือจับ)

ในหัวข้อนี้ผมจะอธิบายถึงหน้าตาของหูฟัง บรรยายความรู้สึกต่างๆเมื่อได้สัมผัสหูฟัง

2 ทดสอบเสียง / การใช้งาน (หูฟัง)

ในหัวข้อนี้ผมจะใช้ เพลงที่ผมฟังอยู่เป็นประจำจนผมรู้รายละเอียดของเพลงเหล่านั้นทั้งหมด, เพลงที่ใช้สำหรับการทดสอบลำโพงและหูฟัง และเพลงฮิตเพลงตลาดทั่วๆไป ที่มีชนิดของไฟล์และขนาดที่แตกต่างกันไป และอาจมีการใช้หูฟังนอกเหนือจากการฟังเพลง เช่น ดูหนัง, ดูคลิปออนไลน์ และเล่นเกมส์ เป็นต้น

3 สรุป / ความคุ้มค่า / ข้อสังเกตุอื่นๆ (จิตใจ)

ในหัวข้อนี้ผมจะสรุปภาพรวมของหูฟังตัวนี้ โดยจะให้คะแนนพร้อมกล่าวถึงข้อดี/ข้อเสียโดยแบ่งออกตามหัวข้อย่อย (ย่านเสียงเบส / ย่านเสียงกลาง / ย่านเสียงแหลม / การแยกชิ้นของเครื่องดนตรี / ความกว้างของเวทีเสียง) เหมาะหรือไม่เหมาะกับเพลงแนวไหน เอาไปใช้ในรูปแบบไหนดี ราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพของตัวหูฟังและคุณภาพเสียงเหมาะสมกันหรือเปล่า

รูปลักษณ์ภายนอก

สวยเกินราคา

ในแว่บแรกที่ผมเห็นเจ้า Plextone BX240 นั้น   เฮ้ยยยย!!!!! นี่ยังก่ะหูฟัง InEar ราคาแพง ความใสของบอดี้ที่สามารถมองทะลุเห็นได้ถึง Driver ที่อยู่ภายใน ไม่รอช้าผมรีบสัมผัสวัสดุของบอดี้หูฟังตัวนี้ แม้สัมผัสของมันอาจจะไม่เรียบเนียนและฟินเท่าหูฟังราคาแพงก็เหอะ และมันยังเป็นหูฟังชนิดไร้สายซึ่งให้ความรู้สึกที่ Sport มาก

ฟองน้ำนิ่มใส่สบาย


จุกฟองน้ำที่แถมมาให้กับหูฟังตัวนี้มีความนุ่มนิ่ม ไม่เสียดสีรูหูเรา ใส่แล้วกระชับหู ไม่เหมือนกับจุกหูฟังจีนแดงหรือจุกหูฟังที่แถมมากับมือถือบางยี่ห้อ ที่ตัวยางของจุกหูฟังมีความเหนียวเหมือนกาว หรือมีเศษของยางที่ติดมากับแม่พิมพ์เสียดสีกับรูหูของเรา ด้วยความที่เป็นจุกฟองน้ำเมื่อใส่เข้าไปในรูหูของเราแล้ว ช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ระดับนึงครับ

สายดี คล้องแน่น

ในส่วนของตัวสายที่เอาไว้คล้องหูนั้นต้องบอกว่าทำมาได้มาตรฐาน IEM(In Ear Monitor) คล้องหูได้แน่นไม่หลุดง่าย ถามว่า IEM(In Ear Monitor) คืออะไร??? ก็ลองไปดูตามงานคอนเสริร์ตใหญ่ๆที่พวกนักดนตรีมืออาชีพใส่คล้องหูกัน วิ่งกันรอบเวทีบ้างละ นักร้องบางท่าน(พี่ตูน)ก็คล้องหูฟังปืนขึ้นเสาบนเวทีก็มีมาแล้ว นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราใส่ไม่มีหลุดง่ายๆอย่างแน่นอน

สายของหูฟังมีความนิ่ม ไม่แข็ง จับง่าย ขย้ำๆได้ไม่ต้องกลัวมันพันกันเองแบบหูฟังที่แถมมาในมือถือแสนแพงบางยี่ห้อ… อุ๊ฟฟฟ!!!

Interface ของปุ่ม มีขนาดใหญ่สะใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะกดผิดกดถูก พอจะกดปุ่มเบาดันไปโดนปุ่มรับสาย พอจะรับสายก็ไปโดนปุ่มดัง ปัญหาเหล่านั้นของคุณจะหมดไป ถ้าคุณใช้ BX240 ครับ

ทดสอบเสียง

ในที่นี่ผมจะทดลองทดสอบกับเพลงสัก 3 เพลง และบรรยายให้ฟังคร่าวๆถึงคุณภาพเสียงครับ แต่หากอ่านแล้วรู้สึกว่าละเอียดไปหรืออย่างไร เชิญเลื่อนไปด้านล่างดูสรุปได้เลยจ้า

เพลง I can’t tell you why

วง Eagles

อัลบั้ม The Complete Greatest Hits [Disc 2]

ชนิดไฟล์ AIFF

ขนาดไฟล์ 53.8 MB

Sample Rate 48 kHz.

Bit Rate 1536 kbps.

โดยส่วนใหญ่ผมจะใช้เพลงนี้เป็นเพลงแรกในการตัดสินใจซื้อหูฟังซักตัวครับ เพราะเพลงนี้มีจังหวะที่ช้า เสียงของเครื่องดนตรีรวมถึงคนร้องไม่ทับซ้อนกัน ทำให้ผมสามารถแยกแยะชิ้นของเครื่องดนตรีฟังได้ และสามารถสังเกตุความกว้างของเวทีเสียงได้โดยง่าย ประกอบกับคุณภาพการอัดเสียงของวง Eagles ก็เลื่องชื่อในการทดสอบลำโพงอยู่แล้ว ซึ่ง Plextone BX240 ตัวนี้จะทำได้ขนาดไหน มาดูกันครับ

เบสคมลงต่ำ กระชับชัดเจน

ย่านเสียงเบส เสียงเบสสามารถลงลึกไปหาตัวโน้ตที่มีเสียงทุ่มต่ำได้ดี ไลน์เบสและกระเดื่องของกลองมีเสียงที่กระชับแน่นมาเป็นลูกๆ ราวกับหมัดแย่บของบัวขาวที่กระแทกเข้ามาที่หูของเราแล้วฮุบกลับไปตั้งการ์ดอย่างรวดเร็ว

ตัวโน้ตของไลน์เบสและเสียงของกระเดื่องกลองมีความคมชัดไม่เบลอ คำว่า “เบลอ” ในทีนี้หมายถึงความรู้สึกที่เราฟังเพลงอยู่ในน้ำ แล้วได้ยินเสียงเบสมาแบบ “หึ่งๆ อึมๆ” ขาดความรู้สึก “ตุบๆ ตึ๊บๆ” อาการเหมือนรู้สึกได้ แต่สัมผัสไม่ได้ ยังไงยังงั้น

กลางสแนร์เด่น กีตาร์คมชัดนุ่ม

ย่านเสียงกลาง – เสียงกลองสแนร์ที่โดดเด่นมาแต่ไกล ขนาดคุณริวยังสามารถสัมผัสได้ถึง Dynamic(น้ำหนักในการเล่น) ราวกับเห็นคุณลุง Don Hanley(มือกลองวง Eagles) กำลังหวดไม้กลองหัวโตๆลงบนหนังของกลองสแนร์ดัง “ปึกๆ” ซึ่งหูฟังที่ผมเคยได้ลองส่วนใหญ่ มันให้เสียงได้แค่ดัง “โป๊ะๆ” ตามแบบฉบับกลองสแนร์ทั่วๆไปครับ

เสียงของกีตาร์นี้ก็ต้องกด Like ให้เลย เพราะมันมีความชัดเจนนุ่มๆหู ไม่เปล่งเสียงแหลมๆบาดหูออกมา ยิ่งท่อนโซโล่ของกีตาร์ตัวโน้ตทุกตัวสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามครับ

ในส่วนของเสียงออร์แกนหรือคีร์บอร์ดทำหน้าที่เป็นเสียง Ambient(เสียงบรรยากาศโดยรอบ) ก็มีความสว่างและสดใส แต่ไม่ถึงขั้นแหลมครับ

แต่ติดนิดหน่อยตรงเสียงของนักร้องนำมีอาการถอยไปข้างหลัง และเสียงของทีมนักร้องคอรัสขาดความโดดเด่นไปครับ

แหลมหยาบนิดๆดีปานกลาง

ย่านเสียงแหลม – เสียงของไฮแฮทมีความหยาบอยู่บ้าง อยู่ในระดับที่หยาบประมาณกระดาษทราย แต่ก็ไม่ได้หยาบขนาดพื้นหินกรวดล้างครับ ซึ่งถ้าเป็นหูฟังราคาแพงจะได้ความรู้สึกเป็นผงฝอยๆแบบแป้งเด็กเลย แต่เสียงในระดับนี้ก็ยังจัดว่าดีแบบปานกลางครับ

เสียงเครื่องทองเหลือง(ไอ้ที่เป็นจานบินสีทองๆอยู่ในกลองชุดนั้นแหละ) มีเสียงค่อนข้างเบาตามแบบฉบับของเพลงนี้ครับ

มิติดี เบสไม่กลบ เสียงคมชัด

การแยกชิ้นของเครื่องดนตรี / ความกว้างของเวทีเสียง – ในย่านเสียงเบสไม่มีอาการบวมไปกลบทับย่านเสียงอื่น รับรองได้เลยว่า เสียงในย่านอื่นๆยังคงความคมชัด ซึ่งเสียงเบสแบบนี้สามารถพบเจอได้ในหูฟังระดับราคาหลักหลายพันขึ้นไปครับ

เบสเยอะๆบวมๆกระหึ่มๆ หูฟังหลายๆยี่ห้อก็สามารทำได้ครับ แต่ถ้าดีจริงต้องไม่มีอาการเบสบวมไปกลบทับเสียงของเครื่องดนตรีชิ้นอื่นให้ดูด้อยลงไป

เสียงกระเดื่องก็ไม่มาทับซ้อนตัวโน้ตของไลน์เบสให้รำคาญใจ ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงตัวโน้ตของไลน์เบสได้อย่างชัดเจนครับ และยังสามารถแยกแยะเสียงกลองทอมที่อยู่ ซ้าย-ขวา ได้ครับ

เสียงของกีตาร์ที่เข้ามาทั้งซ้าย-ขวาให้ความรู้สึกที่ใกล้ไปนิดนึง ซึ่งตามแบบฉบับของเพลงนี้เสียงควรออกไปไกลกว่านี้หน่อยครับ

เสียงของออร์แกนหรือคีย์บอร์ดก็ทำหน้าที่เป็นเสียง Ambient(เสียงบรรยากาศโดยรอบ) ได้ดี ไม่มาทับซ้อนกับเสียงของนักร้องนำ

เสียงของนักร้องนำนั้นอยู่ตำแหน่งกลางอย่างถูกต้องแต่มีเสียงที่ถอยไปข้างหลังเล็กน้อย และ เสียงของทีมคอรัสประสานเสียงกันมาทางซ้าย-ขวาอย่างชัดเจนและไม่เด่นเกินหน้าเกินตานักร้องไปครับ

โดยปกติเพลงนี้จะมีความกว้างของเวทีเสียงอยู่พอตัว ซึ่งหูฟังตัวนี้ก็ไม่ได้ทำเกินหน้าเกินตาต้นฉบับของเพลงไปเลยครับ เรียกได้ว่ากว้างโล่งแค่ไหนก็พาเราไปแค่นั้น ไม่ได้มาหลอกพาเราไปทุ่งนาข้าวสาลีครับ

เพลง Metropolis, Pt. 1: The Miracle and the Sleeper

วง Dream Theater

อัลบั้ม Image and Words

ชนิดไฟล์ AAC

ขนาดไฟล์ 19.2 MB

Sample Rate 44.1 kHz.

Bit Rate 256 kbps.

ในการทดสอบเรื่องการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงของหูฟังผมจะใช้เพลงนี้ในการทดสอบ เนื่องจากเพลงนี้มีย่านเสียงที่หลากหลายตั้งแต่ไลน์เบสที่ลงต่ำเดินอย่างมีจังหวะยันโซโล่เบส ชุดกลองที่มีหลากชนิดหลายใบพร้อมทั้งกระเดื่องคู่ที่สับกันอย่างเมามันส์ เสียงกีตาร์ที่มีตั้งแต่ใสๆกุงกิ๊งๆยันเสียงแตกหยาบดุร้าย มือคีย์บอร์ดที่มีสิบนิ้วแต่เล่นอย่างกับมียี่สิบนิ้ว นักร้องนำที่ต้องตะเบ่งเสียงแข่งกับเครื่องดนตรีที่ได้กล่าวไปข้างต้น ยังไม่รวมถึงเสียงของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ทางวงนี้เขาใส่มาในเพลงนี้อย่างโหดเหี้ยม

ซึ่ง ณ จุดๆนี้การที่จะเอา Plextone BX240 มาฟังเพลงนี้อาจจะดูกลั่นแกล้งไปซะหน่อย แต่ผมคันหูอยากลองเสียจริงๆ ครับ

เบสออกมาดี กระชับชัดเจน

ย่านเสียงเบส – เพลงนี้เป็นเพลงที่มีรายละเอียดของย่านเสียงเบสที่สูงมากตั้งแต่ย่านเสียงเบสต่ำยันย่านเสียงเบสที่แนบชิดกับย่านเสียงกลาง ซึ่งหูฟังตัวนี้สามารถแสดงรายละเอียดเหล่านั้นออกมาได้ดี

ขนาดของเบสไม่ใหญ่มากเป็นลูกๆกระชับๆ เสมือนหมัดแย่บของนักมวยมืออาชีพที่ออกหมัดไวกระแทกเข้ามาที่หูของเราแล้ว กลับมาตั้งการ์ดอย่างรวดเร็ว

เมื่อถึงท่อนโซโล่ของไลน์เบส เสียงเบสจะสูงเกือบชิดเข้าสู่ย่านเสียงกลาง ก็ยังมีเสียงที่ชัดเจนไม่มีอาการเบลอแต่อย่างใด

ในบางช่วงของเพลงจะมีการสับกระเดื่องคู่ก็จะเกิดอาการบวมไปทับซ้อนกับเสียงตัวโน้ตของไลน์เบสซึ่งผมก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไร เพราะเพลงนี้รายละเอียดมันอัดแน่นจริงๆ หูฟังเทพๆหลายตัวก็ยากที่ผ่านบททดสอบนี้ไปได้ครับ

กลาง กีตาร์หนักแน่น เน้นสนุก

ย่านเสียงกลาง – เสียงกีตาร์ในท่อน Riff และ Rhythm มีความหนักแน่น อารมณ์เหมือนกำลังโดนพลังเสียงของแอมป์กีตาร์เตะตูดเราอยู่

แต่มีข้อติอยู่นิดนึงคือมันยังขาด Dynamic(น้ำหนักในการเล่น) ไม่ว่าจะเป็นการกัดปิ๊กที่เสียงยังไม่หวีดร้องกังวาลเท่าที่ควร การ Vibrato(สั่น/เขย่า) ของสายกีตาร์ ตัวโน้ตยังไม่สามารถลากหางเสียงได้จนสุดเสียง ถ้าเป็นหูฟังที่มีความสว่างจัดๆจะแสดงเสียงในเหล่านี้ได้ดี

ในส่วนของเสียงคีย์บอร์ดที่เล่นระรั่วนิ้วหลายๆโน้ตอย่างไว ตัวโน้ตทุกตัวมีความชัดเจนไม่เบลอ เหมือนคนที่จำเนื้อร้องไม่ได้แล้วยังดื้อดันดำน้ำร้องต่อไป

เสียงของนักร้องนำถอยไปข้างหลังเล็กน้อยทำให้เสียงของเครื่องดนตรีในย่านนี้เด่นกว่านักร้องนำอยู่พอสมควร

แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจรายละเอียดของเสียงแบบผม เน้นความสนุกของเพลงเป็นหลัก หูฟังตัวนี้ยังคงให้ความสนุกของเพลงได้อยู่ครับ

แหลมหยาบนิด เสียงบาดย่านสูง

ย่านเสียงแหลม – เสียงของเครื่องทองเหลือง(ไอ้ที่เป็นจานบินสีทองๆอยู่ในกลองชุดนั้นล่ะ) มีความหยาบของเสียงเหมือนเรากำลังเอานิ้วถูไถกระดาษทราย

เสียงของกีตาร์และคีย์บอร์ดในท่อน Solo ที่มีการไต่ไปหาโน้ตเสียงสูง มีอาการเสียงแหลมบาดหูแบบแสบๆ เหมือนเอาเบตาดีนมาหยอดแผลสดยังไงยังงั้น

ถ้าคุณไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เสียงแหลม เน้นฟังเพลงที่โดดเด่นในย่านเสียงกลางและเบสมากกว่า หูฟังตัวนี้ก็ยังฟังสนุกอยู่ครับ

มิติทำได้ดีจนน่าแปลกใจ

การแยกชิ้นของเครื่องดนตรี / ความกว้างของเวทีเสียง – ในจุดนี้ผมมีสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจนั้นคือช่วงต้นของเพลง(นาทีที่ 0.00-0.39) หูฟังตัวนี้สามารถแสดงรายละเอียดของเสียงมาได้ครบถ้วนแม้จะไม่คมชัดเท่าหูฟังแบรนด์ดังๆที่มีค่าตัวสูงกว่าหูฟังตัวนี้หลายเท่าตัว

เนื่องจากหูฟังตัวนี้ไม่มีอาการบวมของเบสทำให้เสียงกระเดื่องกลองกับไลน์เบสไม่มีอาการทับซ้อนกัน สามารถแยกชิ้นได้อย่างสวยงาม ซึ่งคุณจะหาเบสลักษณะนี้ได้จากหูฟังที่มีราคาแพงครับ

อาจจะมีบางท่อนของเพลงที่เครื่องดนตรีประสานเสียงกันเยอะมากอาการทับซ้อนกันของไลน์เบสและกระเดื่องกลองก็จะแสดงออกมา ซึ่งถ้าไม่ได้ตั้งใจจ้องจับผิดแบบผม ก็จะไม่ได้ยินอาการดังกล่าวครับ

เสียงคีย์บอร์ดและกีตาร์อยู่ในตำแหน่งซ้ายขวาและกลางได้อย่างถูกต้อง ไม่มีอาการทับซ้อนกันของเสียง แบบนักดนตรีเข้าแถวเคารพธงชาติเล่นครับ

หูฟังตัวนี้ยังคงให้ความเที่ยงตรงในเรื่องความกว้างของเวทีเสียงที่เพลงนี้มี เรียกได้ว่าไม่มีความกว้างแบบหลอกหูเราแน่นอนครับ

เพลง Skyfall

ศิลปิน Adele

อัลบั้ม Greatest Hits

ชนิดไฟล์ AIFF
ขนาดไฟล์ 47.9 MB

Sample Rate 44.1 kHz.

Bit Rate 1411 kbps.

สาเหตุที่ผมเอาเพลงนี้เข้ามาร่วมทดสอบด้วยเนื่องจากผมชอบภาพยนตร์เรื่อง “James Bond 007”เป็นการส่วนตัวครับ 555+ แต่มีสาเหตุอื่นๆประกอบด้วยครับ

เพลงนี้มีเสียงเครื่องดนตรีประเภท เครื่องเป่าและเครื่องสี เป็นเครื่องดนตรีให้เสียงสูง ประกอบกับเสียงคุณ Adele ที่มีเสียงที่สูง พร้อมทั้งทีมคอรัสที่ต้องประสานเสียงกัน ช่วยส่งเสริมให้เสียงนักร้องนำดูมีพลังขึ้นมาอีก

เบสไม่เด่นนัก

ย่านเสียงเบส – เพลงนี้เป็นเพลงที่เน้นเสียงของนักร้องนำเป็นหลักจึงทำให้เสียงเบสไม่โดดเด่นเท่าที่ควร แต่ยังสัมผัสได้ถึงเสียงกระเดื่องที่เข้ามาหาและจากไปอย่างไว

ในเพลงนี้ไม่ค่อยมีเครื่องดนตรีที่ให้โทนเสียงเบสโดยเฉพาะ แต่มีแต่เสียง Ambient(เสียงบรรยากาศรอบตัว) ที่ให้โทนเบสมาบ้าง ประกอบกับหูฟังตัวนี้ถ่ายทอดเสียงเบสแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้ให้เสียงเบสที่บวมหนาหลอกหูเรา จึงทำให้เสียงเบสไม่โดดเด่นครับ

กลางทำได้ดี แต่มีบาดหู

ย่านเสียงกลาง – เครื่องดนตรีที่ให้เสียงกลางในเพลงนี้มี เครื่องเป่า เครื่องสี ทำหน้าที่เป็นเสียง Ambient(เสียงบรรยากาศโดยรอบ) ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี ถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่เกินหน้าเกินตาเสียงนักร้องนำไป

แต่มีจุดที่ต้องติอยู่คือในช่วงท่อน Bridge(ท่อนที่อารมณ์ของเพลงเปลี่ยนไปเพราะนักร้องเปลี่ยนคีย์ที่ร้อง เครื่องดนตรีเล่นกันหนักมากขึ้น) ที่นักร้องต้องใช้เสียงสูง ทำให้การไต่ของเสียงจากกลางไปแหลมมีอาการแหลมแสบหู เหมือนเวลาเอาเบตาดีนมาหยอดแผลสดของเรายังไงยังงั้นครับ

แหลมหยาบแสบหู

ย่านเสียงแหลม – หูฟังตัวนี้ยังคงแสดงความหยาบของเสียงสูงไม่ว่าจะเป็น เสียงของเครื่อเป่าและ เครื่องสี และความหยาบจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเข้าท่อน Bridge ที่เครื่องดนตรีทุกชิ้นต้องโชว์พลังออกมา

ประกอบกับเสียงนักร้องที่มีการไต่เสียงเข้าไปสู่เสียงสูงยิ่งทำให้ความหยาบแสบหูแสดงออกมาชัดเจนขึ้น

ซึ่งความคิดเห็นของผมหูฟังตัวนี้ไม่เหมาะกับแนวเพลงที่เน้นนักร้องเสียงสูงเลยครับ T__T” เพราะหูฟังตัวนี้โดดเด่นไปทางย่านเบสที่มีคุณภาพซะมากกว่าครับ

มิติโดนติเล็กๆน้อยๆ

การแยกชิ้นของเครื่องดนตรี / ความกว้างของเวทีเสียง – เสียงของเครื่องสีและเครื่องเป่ายังมีอาการทับซ้อนกันของเสียงอยู่ เสียงของนักร้องนำในเพลงนี้ควรจะมีหางเสียงที่สะท้อนและกังวาลมากกว่านี้ ซึ่งหูฟังตัวนี้ยังขาดจุดเล็กๆน้อยๆนี้ไปครับ

โดยปกติเพลงนี้ก็ไม่ได้มีความกว้างของเวทีเสียงที่กว้างมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วประกอบกับหูฟังตัวนี้ไม่ได้มีเวทีเสียงที่กว้างหลอกหูเรา ความกว้างของเวทีเสียงในเพลงจึงอยู่ในระดับไม่กว้างมาก เพราะเน้นไปทางนักร้องนำที่เด่นอยู่ตำแหน่งกลางของเวทีเสียงมากกว่า ครับ

ทดสอบกับ Youtube

พลังเบสมาเต็ม ฟังสนุก

มาต่อกันด้วยการทดสอบฟังเพลงจากเว็บไซต์ Youtube ซึ่งเพลงที่ผมเลือกก็คือเพลง Gentleman ศิลปิน PSY จากแดนกิมจิประเทศเกาหลี ซึ่งในเพลงนี้เบสจะเป็นรูปแบบของ Digital ว่ากันง่ายๆคือทำกันในคอมพิวเตอร์ไม่ได้ออกมาจากเครื่องดนตรีจริง ทำให้มีเบสที่เป็นลูกๆบวมๆให้จังหวะที่รุกเร้าเขย่าหน้าอก ซึ่ง Plextone BX240 สามารถแสดงเบสของเพลงนี้ออกมาได้ดีมาเป็นลูกๆแต่ไม่มีความบวมให้เห็น แต่ยังคงความสนุกสนานของเพลงได้อย่างครบถ้วน

ดูหนัง ทำได้ดี


หลังจากใช้ Plextone BX240 ทดสอบกับการฟังเพลงมาเยอะแล้ว คราวนี้มาลองทดสอบกับภาพยนต์ดูบ้าง ผมได้หยิบภาพยนต์เรื่อง Captain America Civil War มาใช้ทดสอบในครั้งนี้ โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้ระหว่างทีม Iron man กับ ทีม Captain America เสียงบินฉวัดเฉวียนของ Iron man มีความรู้สึกเหมือนมาบินอยู่ใกล้ๆหู ซ้ายบ้างขวาบ้าง เสียงระเบิดก็ให้เบสที่ลงลึกมาเป็นลูกๆไม่มีอาการบวมหรือเบลอ เสียงบทคนพูดมีความชัดเจนไม่ถอยไปข้างหลังเหมือนกับตอนฟังเพลง โดยรวมถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

การใช้งาน

ในส่วนของการใช้งาน Plextone BX240 นั้นง่ายมากเพียงแค่กดที่ปุ่มรับสายค้างไว้รอจนไฟแดงกระพริบสลับกับไฟสีน้ำเงินแล้วทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Device ของคุณได้ทันที

บี้ๆตัวจุกฟองน้ำให้ยุบตัวลง แล้วนำใส่เข้าหูของคุณ แล้วจัดการเอาสายคล้องหู ดึงสายลงให้ตึงเล็กน้อยก็เป็นอันเสร็จ ฟังได้เลย ถ้าทำตามวิธีผมไม่มีหลุดแน่นอน ยกเว้นแต่จะมีคนมาดึงออก = =”

สรุป

ย่านเสียงเบส(8/10)

เบสของหูฟังตัวนี้สามารถลงลึกได้ดี ให้ความรู้สึกที่เป็นลูกๆ กระชับมาไวไปไว เพลงให้เบสมาแค่ไหนหูฟังตัวนี้ก็จะแสดงออกมาแค่นั้น ไม่มีการขยายเบสให้ใหญ่มาหลอกหูของเรา ถืือได้ว่าเป็นเบสที่มีคุณภาพระดับหูฟังชั้นนำเลยครับ

ย่านเสียงกลาง(7/10)

เสียงกลางของหูฟังตัวนี้สามารถถ่ายทอดทุกตัวโน้ตออกมาได้ครบถ้วน มีข้อตินิดเดียวแค่เสียงของนักร้องนำที่ชอบถอยไปอยู่ข้างหลัง

ย่านเสียงแหลม(4/10)

หูฟังตัวนี้มีข้อติในเสียงแหลมอย่างมาก เป็นเสียงแหลมที่แหลมแสบหูเหมือนเอาเบตาดีนมาหยดใส่แผลที่หูยังไงยังงั้น ยิ่งเพลงที่เน้นเสียงสูงของนักร้องเป็นหลัก พอถึงเวลาที่เสียงนักร้องเร่งเสียงไปโน้ตที่มีเสียงสูง หูฟังตัวนี้จะยิ่งแสดงอาการดังกล่าวออกมาชัดเจนมากขึ้น ครับ

ซึ่งบนโลกนี้ไม่มีหูฟังตัวไหนที่ดีไปหมดทุกอย่างหรอกครับ มันต้องมีจุดเด่นและจุดอ่อนที่แตกต่างกันออกไป มันขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรามากกว่าว่าชอบเพลงแนวไหนและหาหูฟังที่เข้ากับแนวเพลงเหล่านั้นจะดีกว่าครับ

การแยกชิ้นของเครื่องดนตรี (7/10)

เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่เล่นออกมานั้นมีความชัดเจนในตัวของมันเองสามารถแบ่งแยกเสียงซ้าย-ขวาได้อย่างชัดเจน ไม่มีอาการกระจุกรวมวงเล่นกันอยู่ตรงกลางครับ

ความกว้างของเวทีเสียง(6/10)

ความกว้างของเวทีเสียงนั้นอยู่ในระดับที่พอเหมาะพอเจาะไม่กว้างโล่งจนหลอกหูเราครับ

สรุป: โทนดาร์ก เน้นสนุก เบสดี

โดยรวมแล้วเป็นหูฟังที่ออกไปทางโทนดาร์กไม่สว่างมาก เสียงเบสที่มีคุณภาพ เด่นไปทางให้รายละเอียดของเพลงที่ครบถ้วน จึงเหมาะกับเพลงแนว Acoutic, Pop, Rock ยกตัวอย่าง เช่น เพลง Flow ของ Depapepe , Sugar ของ Maroon 5 , แสงสุดท้าย(นั่งเล่น Version) ของ Bodyslam ครับ

ถ้าถามว่าเอาไปฟังพวกเพลงเกาหลี, Anime หรือ EDM ได้มั้ยผมก็ขอตอบว่าได้ แต่คุณจะขาดความสนุกคึกคักของเพลงไป เพราะ เบสของหูฟังตัวนี้มีความเที่ยงตรงสูงครับ

แนวเพลงที่ไม่เหมาะกับหูฟังตัวนี้เลยคือแนวเพลงที่ใช้พลังเสียงของนักร้องนำเป็นหลัก R&B, Jazz, Blue หรือ Classicที่มีเครื่องเป่าเครื่องสีร่วมวงด้วย เช่น Skyfall ของ Adele , Without you ของ Mariah Carey , Layla ของ Eric Clapton ครับ

ข้อสังเกตุ

มีเสียง Noise รบกวนระหว่างเปลี่ยนเพลง, กดปุ่ม Play/Pause หรือกดปุ่มVolume Up/Down

เปิด Volume ดังมากไม่ได้เสียงจะแตกๆหยาบๆบาดหู หรือที่เรียกกันว่าอาการ Peak

ความคุ้มค่า

ถ้าคุณต้องการหูฟังไร้สายที่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี เสียงเบสมีคุณภาพ(ไม่บวมไม่เบลอ) ให้เวทีเสียงที่มีความกว้างแบบพอดีๆ และอยู่ในราคาที่กำแบงก์พันใบเดียวมีเงินทอน ผมว่า Plextone BX240 คุ้มค่าแน่นอนครับ

ข้อมูลสินค้า

ราคา 790 บาท (ค่าส่ง +50 บาท)

สั่งซื้อได้ที่ลิงค์นี้เลย>>>คลิกที่นี่

********************************************************************************************************

 

Tags: , , , ,

Paste your AdWords Remarketing code here