10 อันดับหูฟัง true wireless ยอดเยี่ยม

ออกกำลังกาย / คุยโทรศัพท์ / เสียงดี / ตัดเสียงรอบข้าง / เล่นเกมส์

         รวม 10 หูฟัง true wireless ที่ทีมงาน 425° ตั้งใจหยิบขึ้นมาแนะนำเพื่อเอาใจทั้งคนงบน้อยที่ต้องการหูฟังที่คุ้มค่าที่สุดและคนงบไม่จำกัดที่ต้องการหูฟังที่ดีที่สุดตามสไตล์การใช้งานในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเน้นใส่ออกกำลังกาย,คุยโทรศัพท์,เน้นฟังเพลงดูหนัง,เน้นครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเล่นเกมส์ดีเลย์น้อยๆเราก็คัดสรรมาให้ท่านเลือกได้แบบง่ายๆในชุดนี้ครับ

 

#1 ออกกำลังกายยอดเยี่ยม

เน้นดีที่สุด : Klipsch T5 II True Wireless Sport McLaren Edition

 

         หูฟัง true wireless สำหรับการออกกำลังกายทั่วๆไปมักประสบปัญหากับคราบความชื้นของเหงื่อสะสมบนตัวหูฟังแม้เราจะเช็ดมันให้แห้งสนิทก่อนเก็บลงกล่องชาร์จแล้วก็ตาม ทำให้หูฟัง true wireless รุ่นนั้นๆมีอายุการใช้งานที่เสื่อมถอยเร็วกว่าปกติ แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปถ้าท่านใช้ Klipsch T5 II Sport / Sport McLaren Edition เพราะมันมีระบบดูดซับความชื้น (Moisture-Removal System) จากเหงื่อที่หลงเหลืออยู่บนหูฟังให้แห้งสนิทตลอดเวลาที่มันอยู่ในกล่องชาร์จ ช่วยให้เจ้า Klipsch T5 II Sport / Sport McLaren Editon เป็นหูฟังไร้สายสำหรับการออกกำลังกายที่โดนเหงื่อแค่ไหนก็อึดทนนาน ไม่พังง่ายหรือเสื่อมถอยเร็ว ทำให้เราใช้ใส่ออกกำลังกายได้ยาวๆร่วมปีเลย อีกทั้งตัวหูฟังยังใส่สบายและกระชับมากๆ มีโหมดดูดเสียงภายนอกสำหรับฟังเสียงรอบๆตัวผ่านหูฟัง มีไมโครโฟน 2 ตัวต่อข้างให้เราคุยโทรศัพท์ชัดๆ อีกทั้งโทนเสียงนั้นดีมากๆตามสไตล์ของ Klipsch ซึ่งเรื่องเสียงนั้นใครๆก็ต่างยอมรับจริงๆเพราะพี่แกคือตำนานบริษัทผลิตเครื่องเสียงชั้นแนวหน้าจากประเทศอเมริกาครับ

แนวเสียง : ออกกลางๆ,เบสหนากำลังดี,ร้องชัด,แหลมระยิบระยับ,เวทีเสียงกลางๆ,ปรับ EQ ได้ในแอป Klipsch Connect+

เน้นคุ้มค่าที่สุด : Mpow Flame Lite

         หากท่านมีงบจำกัดและอยากได้หูฟัง true wireless ใส่วิ่งดีๆไม่หลุดง่าย เบสหนักฟังมันส์ตลอดการวิ่ง เรามี Mpow Flamelite หูฟัง true wireless สำหรับใส่ออกกำลังกายที่มีที่เกี่ยวหู (earhook) นุ่มๆช่วยล็อคหูฟังกับใบหูของเรา คราวนี้ไม่ว่าท่านจะวิ่งหรือตีรังกาเล่นท่ายากแค่ไหน Mpow Flamelite ก็ไม่หลุดร่วงออกจากหูของท่านแน่นอน อีกทั้งมันยังกันนํ้าได้ในระดับ IPX7 กันเหงื่อหนักๆได้สบายๆ และจากที่ทีมงาน 425° ใส่ออกกำลังกายจริงๆนับว่ามันใช้ดีมากๆในระดับราคาไม่เกินสองพันครับ เป็นหูฟังออกกำลังกายตัวเลือกที่คุ้มค่าสุดๆอีกตัว แถมเบสหนักนุ่มละมุน ฟังเพลงมันส์เร้าใจ ใครชอบหูฟังออกกำลังกายเบสหนักต้องตัวนี้เลยครับ

แนวเสียง : เบสหนักโดดเด่น,เสียงร้องโปร่งฟังสบาย,เสียงแหลมละมุนหู,เวทีเสียงกลาง

ออกกำลังกายยอดเยี่ยม :

 

 

#2 คุยโทรศัพท์ยอดเยี่ยม

เน้นดีที่สุด : Plantronics Backbeat Pro 5100

         ด้วยไมโครโฟนทั้ง 4 ตัว และระบบตัดเสียงรอบข้างสุดอัจฉริยะ windsmart ต้องบอกเลยครับว่า Plantronics Backbeat Pro 5100 เป็นหูฟัง true wireless ที่คุยโทรศัพท์ดีที่สุด เพราะมันสามารถใช้คุยโทรศัพท์แบบเสียงชัดๆได้แทบจะทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะใส่คุยภายในออฟฟิศ หรือใส่คุยข้างถนนก็ให้เสียงที่ฟังชัดตลอดการสนทนา เป็นหูฟังไร้สายที่นักธุรกิจหรือคนที่เน้นใส่คุยโทรศัพท์เลือกใช้กันมากที่สุด หากใครงบเยอะแล้วต้องการหูฟัง true wireless ที่คุยชัดแบบชัวร์ๆ เราขอแนะนำ Plantronics Backbeat Pro 5100 คุยลื่นแน่นอนครับ

แนวเสียง : เบสหนัก หัวโน๊ตเบสชัด เบสลูกใหญ่ เสียงกลางหนากำลังดี เสียงแหลมออกนุ่มหู เวทีเสียงกลางๆ เน้นฟังเพลงจังหวะสนุกๆ

เน้นคุ้มค่าที่สุด : Earfun Air Pro

         หากท่านเน้นคุยโทรศัพท์แบบคุ้มค่าต้องนี่เลยครับ Earfun Air Pro รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Earfun ที่ราคาแค่นี้แต่คุยโทรศัพท์ชัดมากๆ ทีมงาน 425° ทดสอบคุยโทรศัพท์เทียบกับ Airpods Pro แล้วก็ต้องอึ้งในผลลัพท์ เพราะมันให้เสียงคุยโทรศัพท์ที่ใกล้เคียงกันมากๆแทบแยกไม่ออกเลย แถมตัดเสียงรบกวนได้เบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน ซึ่งในเรื่องคุยโทรศัพท์ Earfun Air Pro ยืนหนึ่งในหูฟังไม่เกินสามพัน ณ เวลานี้ครับ อีกทั้งมันยังมีระบบตัดเสียงรอบข้างตอนใส่หูฟัง active noise cancelling ช่วยให้เราใส่หูฟังเงียบแบบไร้เสียงรบกวน ได้ยินเสียงเพลงชัดเจนแม้จะเปิดระดับเสียงเบาๆ หากใครกำลังหาหูฟังคุยโทรศัพท์แบบ Airpods Pro แต่เสียงดีและราคาถูกกว่า Earfun Air Pro นี่ตอบโจทย์มากๆครับ

แนวเสียง : V-shape, เบสเด่นหนักลงได้ตํ่า เสียงกลางโปร่ง ร้องชัด เสียงแหลมชัดฟรุ๊งฟริ๊ง เวทีเสียงกลางๆเกือบจัดว่าใหญ่ แยกเสียงดนตรีดี

คุยโทรศัพท์ยอดเยี่ยม

 

#3 เสียงยอดเยี่ยม

เน้นดีที่สุด : Klipsch T5 II True wireless

         หูฟัง true wireless ทั่วๆไปในปัจจุบันอาจยังให้คุณภาพเสียงที่สดและละเอียดได้ไม่เท่าหูฟังมีสาย แต่ก็มีเจ้า Klipsch T5 II True Wireless นี่แหละครับที่ทีมงานต่างมีความเห็นตรงกันว่าเสียงดีมากๆ มันให้เสียงที่สดและมีความสมจริงอารมณ์เดียวกับหูฟังมีสายเลย เสียงเบสของมันมีเนื้อมีหนัง มีหัวโน๊ตที่ชัดและเสียง sub-bass ลงได้ตํ่าแบบธรรมชาติ เสียงร้องเคลียร์ใส ถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของผู้ร้องออกมาได้ตรง ฟังถึงอารมณ์ เสียงแหลมมีความคมใสแบบธรรมชาติ รายละเอียดระยิบระยับครบถ้วน เสียงหนัก-เสียงเบาชัดเจน มีมิติเสียงดีเยี่ยมเหมือนยืนดูวงดนตรีสดที่กำลังบรรเลงอยู่ตรงหน้า นอกจากเสียงจะดีแล้ว ในรุ่นใหม่ Klipsch T5 II True Wireless ยังมีการพัฒนาปรับปรุงจุดบกพร่องต่างๆจากรุ่นที่แล้วให้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะกล่องชาร์จทรงไฟแช็คซิปโป้ที่บางลง ตัวบอดี้หูฟังเล็กลงกว่า 25% ใส่แล้วไม่ล้นมานอกหู มีไมค์ 4 ตัวคุยชัด และยังเพิ่มการกันนํ้าและฝุ่นมาให้แกร่งถึงระดับ IP67 เรียกว่า เจ้า Klipsch T5 II True Wireless เป็นหูฟังไร้สายเสียงสุดจัดที่นักฟังเพลงสายจริงจังต้องจับตามองในปีนี้ครับ

แนวเสียง : ออกกลางๆ, เสียงเบสหนากำลังดี, เสียงกลางหนาร้องชัดถึงอารมณ์,เสียงแหลมระยิบระยับรายละเอียดครบ เวทีเสียงปลาง มิติยอดเยี่ยม

เน้นคุ้มค่าที่สุด : Air by Mpow X5.1J

         หลังจากที่ Mpow ได้ฝากผลงานระดับก้องโลกไว้กับหูฟังไร้สายรุ่นที่แล้ว Mpow M5 ที่ใครได้ฟังก็ต้องติดใจ มาถึงยุคล่าสุด Mpow ได้ส่ง Air by Mpow X5.1J ส่งเข้าประกวดที่ต้องบอกเลยครับว่า เสียงดีมาก ถึงแม้เสียงเบสจะไม่ได้ออกหนักหน่วงเท่ากับ M5 แต่ทาง Mpow ตั้งใจจูนเสียงเบสลงเพื่อให้ความสำคัญกับความสะอาดของเสียงในทุกๆย่าน อีกทั้งยังปรับปรุงเสียงกลางและเสียงแหลมให้โปร่งเคลียร์ใสขึ้น มีความเป็นชิ้นดนตรีมากขึ้น ฟังเพลงได้กว้างขึ้น รับรองว่าใครที่มาจาก Mpow M5 แล้วต้องการหาตัวแทน Air by Mpow X5.1J จะเป็นตัวใหม่ที่ให้คุณภาพเสียงได้ดีไม่แพ้ Mpow M5 เลยครับ

แนวเสียง : เบสคุมระดับได้ดี, เสียงกลางสะอาดร้องโทนใสเคลียร์, เสียงแหลมฟรุ๊งฟริ๊งฟังสบายหู, เวทีเสียงกลางๆ มิติดี

เสียงยอดเยี่ยม

 

#4 ตัดเสียงรอบข้างยอดเยี่ยม

เน้นดีที่สุด : Sony WF-1000XM3

         จะฟังเพลงให้เพราะ พื้นหลังมันต้องเงียบสงัด ไม่มีเสียงรถ เสียงลม หรือเสียงจากคุณป้าข้างๆมารบกวนเพลงที่เราฟัง และหูฟัง true wireless ที่มีระบบตัดเสียงรอบข้างที่ดีที่สุดนั้นยังคงเป็น Sony WF-1000XM3 ที่มันได้พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า มันคือหูฟัง true wireless ตัดเสียงรอบข้างที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ ด้วยชิปประมวลผลที่ใช้ตัดเสียงรอบข้าง QN1e ที่ทาง Sony พัฒนาขึ้นเอง ส่งผลให้การตัดเสียงรอบข้างของมันทรงพลังมากๆ เสียงลม เสียงรถ หรือเสียงคนคุยกันแทบจะเงียบหายทันทีที่เราเปิดเพลงฟัง ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนดังแค่ไหน เสียงรบกวนรอบตัวก็ไม่อาจมาลดทอนคุณภาพเสียงเพลงของเราได้อย่างแน่นอน สามารถดื่มดํ่ากับเสียงเพลงที่เราชอบของเราได้ทุกที่ทุกเวลาครับ

แนวเสียง : ออกกลางๆ โทนอุ่น เบสหนากระชับ เสียงกลางหนาไม่อุดอู้ เสียงแหลมคมใสแบบธรรมชาติไม่บาด เวทีเสียงใหญ่และลึก มิติเสียงเยี่ยม ปรับ EQ ได้

เน้นคุ้มค่าที่สุด : Mpow X3

          หากท่านเน้นประหยัด และกำลังหาหูฟัง true wireless ตัดเสียงรอบข้างใส่เงียบๆในราคาคุ้มค่า เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Mpow X3 หูฟัง true wireless ที่มีระบบตัดเสียงรอบข้าง active noise cancelling ที่เวิร์คสุดๆในราคาไม่เกินสองพันบาท จากที่ทีมงาน 425 ทดสอบความเงียบของ active noise cancelling ตามสถานที่ต่างๆพบว่า ใส่เงียบมากๆครับ แม้ยังไม่ได้เปิดเพลงก็รู้สึกว่าโลกรอบตัวเราเงียบลงมากอย่างเห็นได้ชัด และถ้ายิ่งเปิดเพลงฟังด้วยนี่ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงเสียงรบกวนรอบๆตัวเราแล้วครับ สามารถเสพเสียงเพลงแบบชัดๆ เต็มๆ ได้แทบจะทุกที่ ทุกเวลาครับ

แนวเสียง : เบสหนักกระชับ deepbass หนากำลังดี ร้องชัดมวลหนา เสียงแหลมออกละมุนฟังสบายหู เวทีเสียงออกกลางๆ ลึกพอใช้

ตัดเสียงรอบข้างยอดเยี่ยม

 

#5 เล่นเกมส์ยอดเยี่ยม

เน้นดีที่สุด : Razer Hammerhead

          เท่าที่ทีมงาน 425° ทดสอบหูฟัง true wireless ที่มีระบบลดดีเลย์เสียงในเกมส์ (Game Mode) กับเกมส์ยอดฮิตหลายๆเกมส์ที่คนไทยนิยมเล่นกัน ไม่ว่าจะ PUBG, Freefire, ROV ก็ต้องบอกเลยครับว่าหูฟัง true wireless ที่เล่นเกมส์ได้ดีเลย์น้อยและสเถียรที่สุดแทบจะทุกๆเกมส์ในท้องตลาดต้องยกให้ Razer Hammerhead ครับ เพราะเท่าที่ทีมงานทดสอบกับเกมส์หลายๆเกมส์ตามท้องตลาดมันดีเลย์น้อยมากๆ เล่นได้ทุกเกมส์แบบเสียงตรงภาพมากๆ อีกทั้ง Razer Hammerhead ยังเป็นหูฟังทรง earbud หรือแบบแปะหูที่ใส่สบาย ใส่โล่งหู มีไมโครโฟนเสียงชัดๆเอาไว้คุยกับเพื่อนในเกมส์ได้แบบลื่นๆ ใครกำลังหาหูฟัง true wireless สำหรับเล่นเกมส์มันส์ๆแบบมีงบไม่จำกัด Razer Hammerhead เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ

เน้นคุ้มค่าที่สุด : KZ Z1

          หรือหากใครมีงบที่พันต้นๆแล้วอยากได้หูฟัง true wireless เล่นเกมส์ที่คุ้มค่าที่สุดเราจะแนะนำเป็น KZ Z1 ระบบ Game mode ของหูฟังตัวนี้ลดดีเลย์เสียงในเกมส์ได้แทบจะไม่รู้สึก ใครจะเอาไปใช้เล่น PUBG, Freefire หรือ ROV ก็เอาไปเล่นกับ KZ Z1 ได้แบบสบายๆ แต่ข้อเสียก็คือมันเป็นทรง in-ear ที่ค่อนข้างซีลกันเสียงภายนอกดีเกินไป ทำให้เวลาเราพูดสนทนากับเพื่อนอาจจะรู้สึกจุกๆหู แต่ถ้าใครชินกับการใส่หูฟังทรง in-ear แล้วพูดไปด้วยได้อย่างไม่รู้สึกอะไรก็สามารถใช้ KZ Z1 เล่นเกมส์ได้สบายๆเลยครับ

เล่นเกมส์ยอดเยี่ยม

 

          เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 10 หูฟัง true wireless ที่ต่างตัวต่างเก่งใช้งานคนละด้านจริงๆ แถมเรามีทั้งตัวเลือกที่ดีที่สุดและตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อหูฟัง true wireless ได้ตามพละกำลัง ใครงบน้อยก็เลือกตัวที่คุ้มค่าที่สุด หรือใครงบใหญ่ก็เลือกตัวที่ดีที่สุด เน้นจบใช้ยาวๆ หากท่านสนใจสินค้าตัวไหนสามารถกดลิงค์สินค้าที่อยู่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

รวมหูฟังยอดเยี่ยมทั้งหมด