Sony WF-1000Xm3 VS Sennheiser Momentum True Wireless

Sony WF-1000Xm3

VS

Sennheiser Momentum True Wireless

          หูฟัง True Wireless ในปัจจุบันนับว่ามาแรงมากๆ นักฟังเพลงตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ต่างเริ่มหันมาสนใจหูฟัง True Wireless กันอย่างล้นหลาม เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีหูฟัง True Wireless ที่เพิ่งออกมาให้เราได้จับได้ทดลองฟังกัน นั่นคือ Sennheiser Momentum หูฟัง True Wireless สุดคุณภาพจาก Sennheiser ที่นักเล่นหูฟังต่างคุ้นเคยกันดี และเมื่อไม่นานมานี้ Sony เพิ่งประกาศเปิดตัวหูฟัง True Wireless รุ่นล่าสุด นั่นคือ Sony WF-1000XM3 ที่เค้าเคลมว่าใส่เทคโนโลยีสุดแจ๋วเข้ามาในหูฟังตัวนี้เรียกว่าจัดเต็มกันเลยทีเดียว หูฟังทั้งสองรุ่นมีความน่าสนใจอย่างมาก ถ้าเกิดเราจับหูฟังทั้งสองรุ่นมาชนกัน มันจะเป็นยังไงบ้าง รุ่นไหนดี รุ่นไหนคุ้ม รุ่นไหนน่าซื้อ เรามาดูกันครับ

 

Sony WF1000Xm3,Sennheiser Momentum True Wireless

Design (การออกแบบ) :

          รูปร่างกล่องชาร์จของ Sony WF-1000XM3 (กล่องซ้าย) และกล่องชาร์จของ Sennheiser Momentum (กล่องขวา) ดีไซน์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝั่งของ Sony WF-1000XM3 จะดีไซน์คล้ายกล่องชาร์จ Apple Airpod ที่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย นํ้าหนักเบา บริเวณสีทองแดงจะเป็นส่วนของฝาพับ ที่ใช้เปิด-ปิดเพื่อหยิบตัวหูฟัง ส่วนกล่องชาร์จของ Sennheiser Momentum มีขนาดเล็กกว่า Sony WF-1000XM3 เล็กน้อย เป็นฝาพับเปิด-ปิดเช่นเดียวกัน วัสดุผิวเป็นผ้าที่ผ่านการทอหุ้มอย่างดี ทั้งคู่มีดีไซน์ที่สวยในแบบของตัวเอง จับเล่นแล้วรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมมากๆทั้งคู่เลยครับ

 

Sony WF1000Xm3,Sennheiser Momentum True Wireless

 

          มาดูที่ตัวหูฟังของทั้งสองรุ่นกันบ้าง Sony WF-1000XM3 จะดีไซน์ให้อารมณ์คลาสสิค ที่ดูทันสมัยอย่างบอกไม่ถูก การผลิตดูแข็งแรงดี ด้านนอกของตัวหูฟังจะมีปุ่มสัมผัสที่ใช้ควบคุมการทำงานต่างๆ และรูรับสัญญาณต่างๆเช่น ไมค์ เซ็นเซอร์ตรวจจับใบหู ทางด้าน Sennheiser Momentum การดีไซน์จะแตกต่างกับทาง Sony Wf-1000XMS3 ซึ่งของ Sennheiser Momentum จะดีไซน์คล้ายๆกับหูฟัง True Wireless ทั่วไป มีบอดี้ขนาดใหญ่ ด้านนอกจะมีปุ่มสัมผัสที่ทำมาจากโลหะ การตอบสนองดี และรูรับสัญญาณต่างๆเช่นเดียวกับ Sony WF-1000XMS3 ความกระชับในการสวมใส่ของหูฟังทั้งสองรุ่น ผมให้คะแนนทาง Sennheiser Momentum ที่สามารถสวมใส่ง่าย กระชับดี ต่างจาก Sony WF-1000XMS3 ที่การดีไซน์ดูแปลกและมีความเฉพาะตัวต่างจากรูปทรงหูฟัง True Wireless ทั่วไปตามท้องตลาด ต้องอาศัยการเรียนรู้และความเคยชินในการสวมใส่ในช่วงแรก แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว จะรู้สึกใส่ง่าย กระชับดีครับ

 

Bluetooth Connection (การเชื่อมต่อบลูทูธ) : 

          การเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ของหูฟังทั้งสองรุ่นนั้นทำออกมาได้ดี เชื่อมต่อง่าย สัญญาณมีสเถียรภาพดี โดยหูฟังทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับ Bluetooth เวอรชั่น 5.0 Sennheiser Momentum จะรองรับ Codec SBC,AAC,apt-x และ apt-x Low Latency ในขณะที่ Sony WF-1000XM3 จะรองรับ Codec SBC และ AAC เท่านั้น แต่จากการทดลองฟังแล้ว ทั้งคู่มีสัญญาณที่สเถียรมาก ไม่พบอาการกระตุกของสัญญาณเลย หายห่วงเรื่องสัญญาณเลยครับ

          การดูคลิปออนไลน์กับหูฟัง Sony WF-1000XM3 และ Sennheiser Momentum ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ที่รองรับ Bluetooth 5.0 นั้นสามารถดูได้อย่างไม่มีอาการดีเลย์ เสียง Sync กับภาพอย่างดี มีอาการดีเลย์เล็กๆ หากเราตั้งใจจับดีเลย์ จะรู้สึกว่ามันหน่วงๆเพียงนิดเดียว แต่ถ้าดูเพลินๆจะรู้สึกเสียงตรงกับภาพปกติ ไม่พบอาการกระตุกจากการดูคลิปวีดีโอออนไลน์ผ่าน Sony WF-1000XM3 และ Sennheiser Momentum ครับ

 

Features (จุดเด่น) :

          มาถึงฟีเจอร์หลักๆที่ถูกยัดเข้ามาในหูฟังทั้งสองรุ่นนี้ เริ่มจาก Sony WF-1000XM3 ที่เค้าเคลมว่ามีระบบตัดเสียงรบกวน (Noise-Cancelling) ที่ลํ้าหน้าที่สุดในตลาดหูฟัง True Wireless ใช้ชิป QN1E ในการประมวลผลเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอกออกไป ทำให้เราได้ยินแค่เสียงเพลงในหูของเราเท่านั้น จากการทดสอบใช้แบบใส่ไว้เฉยๆโดยที่ยังไม่เปิดเพลง พบว่าเสียงเงียบอย่างที่เค้าว่าไว้จริงๆ โดยเสียงย่านตํ่าที่เป็นย่านเสียงของเครื่องยนต์รถนั้นถูกตัดออกไปจนสงัด จะได้ยินเสียงน้อยๆ เบาๆ ก็แค่ช่วงย่านเสียงแหลมของเครื่องยนต์รถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเท่านั้น เสียงบรรยากาศรอบๆตัวเช่น เสียงลม จะถูกตัดออกไปเช่นเดียวกัน รู้สึกเงียบเหมือนยืนอยู่ในห้อง ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ยืนอยู่ข้างถนนใหญ่ ระบบตัดเสียงรบกวนของ Sony จะช่วยให้เราโฟกัสกับเพลงที่ได้ยินมากขึ้น โดยที่รายละเอียดเพลงยังคงอยู่ครบถ้วน และให้เสียงที่เต็มย่านมากๆครับ ทางด้านของ Sennheiser Momentum การลดเสียงรบกวนจะเป็นการกันเสียงโดยใช้ตัววัสดุของตัวหูฟังหรือ Noise Isolation ที่คล้ายๆกับการออกแบบตัวหูฟังเพื่อกันเสียงภายนอกเข้าไปในแก้วหูของเรานั่นเอง ต่างจากการตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ที่ใช้สัญญาณไฟฟ้าในการตัดเสียงรบกวน ซึ่งการลดเสียงรบกวนของ Sennheiser Momentum ก็ทำได้ดีครับ เงียบ แต่ไม่เงียบเท่า Sony WF-1000XM3 ที่เทคโนโลยีในการตัดเสียงรบกวนของเค้านั้นยอดเยี่ยมจริงๆ

          นอกจากเรื่องการตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟังทั้งสองรุ่นยังมีระบบเปิดเสียงสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ในกรณีที่ต้องการได้ยินเสียงสภาพแวดล้อม หรือต้องคุยกับใครสักคนโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก โดยของ Sony WF-1000XMS3 สามารถทำได้โดยการแตะที่ปุ่มสัมผัสหูฟังข้างซ้ายค้างไว้ ส่วนของทาง Sennheiser Momentum จะทำได้โดยการแตะปุ่มสัมผัสหูฟังข้างขวา 2 ครั้ง หูฟังทั้งสองรุ่นดูดเสียงสภาพแวดล้อมได้ดี เสียงชัด แต่ส่วนตัวแล้ว หากจำเป็นต้องคุยกับใครสักคนจริงๆ การถอดหูฟังออกจากหูข้างนึงง่ายกว่า เพราะหูฟังทั้งสองรุ่นมีเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหูของเรา หากเราถอดหูฟังออกข้างนึง เพลงจะหยุดเล่นทันที เมื่อเสร็จธุระก็ใส่หูฟัง เพลงก็จะเล่นต่อ เรียกได้ว่าใครถนัดแบบไหนก็สามารถใช้ตามที่ตัวเองชอบได้เลยครับ

         อีกหนึ่งสิ่งที่ใครหลายคนให้ความสนใจนั่นคือ หูฟังทั้งสองรุ่นนี้กันนํ้าได้ไหม ต้องขอ บอกว่า Sony WF-1000XM3 ไม่สามารถกันนํ้าได้นะครับ จึงไม่สามารถใช้งาน Sony WF-1000XM3 ขณะออกกำลังกายได้ ไม่เหมือน Sennheiser Momentum ที่มีมาตรฐาน การกันนํ้าระดับ IPX4 สามารถใช้ Sennheiser Momentum ขณะออกกำลังกายได้ครับ

         เรามาดูการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่นของหูฟังทั้งสองตัวกันครับ เริ่มจากหูฟัง Sony WF-1000XMS3 ที่ใช้ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่นชื่อว่า “Headphone” ที่รองรับทั้งระบบ iOS และ Android โดยแอปฯ Headphone ของ Sony จะใช้ดูข้อมูลพื้นฐาน และควบคุมการใช้งานทุกอย่างที่หูฟัง Sony WF-1000XM3 สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับ Noise Cancelling ตั้งแต่ 0-20 โดยค่ายิ่งตํ่า เสียงจะยิ่งเงียบ การปรับ EQ ของตัวหูฟังให้มีเสียงในโทนที่เราต้องการ ต้องขอบอกว่า Presets ที่ทาง Sony จูนมาให้ สามารถให้เสียงได้อย่างมีคุณภาพ ถัดมาจะเป็นฟังชั่นปรับแต่งระดับความเงียบโดยอัตโนมัติ (Adaptive Sound) ตามสภาพแวดล้อมที่หูฟัง Sony WF-1000XM3 ตรวจจับได้จากเซ็นเซอร์บนตัวหูฟังแต่ละข้าง ยกตัวอย่างเช่น หากเราอยู่ในสถานที่ที่มีมลภาวะทางเสียงเยอะ เสียงผู้คน หรือเสียงรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาที่รบกวนขณะเราฟังเพลง ฟังชั่น Adaptive Sound ก็จะทำการตัดเสียงรบกวนให้เราโดยอัตโนมัติ แต่หากเราอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงเงียบ การตัดเสียงรบกวนจึงไม่จำเป็น Adaptive Sound จะทำการลดระดับความเงียบเพื่อลดการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของหูฟังนั่นเองครับ โดย Adaptive Sound เราสามารถเปิดใช้งาน หรือปิดใช้งานได้หากเราชอบปรับเองมากกว่า ถัดมาจะเป็นฟังชั่นชื่อ “DSEE HX” ของทาง Sony ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพไฟล์เพลงดิจิตอลที่ถูกบีบอัด ให้มีคุณภาพไฟล์และความละเอียดที่สูงขึ้นครับ

         การใช้งานหูฟังร่วมกับแอปพลิเคชั่นของ Sennheiser Momentum เทียบกับทาง Sony WF-1000XM3 แล้ว ถือว่าทำได้น้อยกว่ามาก โดยในแอปพลิเคชั่นของ Sennheiser ที่ชื่อ “Smart Control” ที่ใช้ร่วมกับ Sennheiser Momentum สามารถทำได้ 3 อย่างหลักๆนั่นคือ ดูข้อมูลพื้นฐานของตัวหูฟัง เปิด Transparent Hearing หรือโหมดดูดเสียงสภาพแวดล้อมภายนอก และโหมดปรับ “EQ” 1 Band ที่ต้องขอบอกว่า ทำออกมาได้สวยงามมาก และที่สำคัญใช้ง่ายอีกด้วย จากเท่าที่ลองเล่นแล้วพบว่า EQ ในแอปฯ Smart Control ของ Sennheiser จะปรับยังไง เสียงก็ยังดี ถือเป็นข้อดีของผู้ที่ปรับ EQ ไม่เป็น สามารถมองแล้วเข้าใจการปรับ EQ ได้ไม่ยากครับ

          ระยะเวลาการเล่นต่อเนื่องของ Sony WF-1000XM3 สูงสุด 6 ชั่วโมง สามารถชาร์จจากกล่องชาร์จได้สูงสุด 3 รอบ รวมสูงสุด 18 ชั่วโมง หากทำการปิด Noise Cancellation ตลอดการใช้งาน จะสามารถเล่นต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชั่วโมง รวมชาร์จจากกล่อง 3 รอบ รวมสูงสุดที่ 24 ชั่วโมงครับ แบตเตอรี่ของ Sony WF-1000XM3 ถือว่าดีมาก การเล่นต่อเนื่องได้สูงสุด 6 ชั่วโมงพร้อมเปิด Noise Cancellation นั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับการใช้ฟังในชีวิตประจำวันครับ

          ส่วนระยะเวลาการเล่นต่อเนื่องของ Sennheiser Momentum จะอยู่ที่ 4 ชั่วโมง ชาร์จจากกล่องชาร์จได้ 3 รอบ สูงสุดอยู่ที่ 12 ชั่วโมง ถึงตัวเลขจะดูน้อยกว่า Sony WF-1000Xm3 เกือบครึ่ง แต่ส่วนตัวแล้ว ก็ถือว่าเพียงพอเช่นเดียวกันกับการฟังในชีวิตประจำวันครับ

 

Calling (การคุยโทรศัพท์)

          จากการทดสอบ Sony WF-1000XM3 และ Sennheiser Momentum ให้เสียงในการคุยโทรศัพท์ที่ชัดเจน เสียงดัง เสียงไมค์ของหูฟังทั้งสองรุ่นดังชัดเจน คมชัด อยู่ในระดับที่ดี ไม่พบอาการสัญญาณกระตุกขณะพูดสายครับ

 

Sound (เสียง)

          เริ่มจาก Sony WF-1000XM3 ย่านเสียงเบสลงได้ลึก เป็นลูกอย่างพอดี หัวเสียงของเบสออกชัดเจน มีผิวที่เนียนนุ่มกำลังดี เป็นเสียงเบสที่ฟังสนุก จากการเปลี่ยนเพลงฟังหลายๆเพลง พบว่าเสียงเบสยังรักษาระดับได้ดีมาก จับต้องได้ มีย่าน Subbass ที่ใหญ่และหนา Background ของเพลงแน่นและแข็งแรงดีครับ เสียงกลางมีนํ้าหนัก มวลหนา จับเป็นก้อนดี มีผิวเสียงที่สากเล็กน้อย แต่ยังให้รายละเอียดครบ ออกเต็ม เสียงแหลมมีความนุ่ม ไม่มีอาการทิ่มหู มีความสว่างปานกลาง และรายละเอียดเสียงครบ ให้โทนสว่างปานกลาง เสียงร้องจะให้ โทนอุ่นๆ มีมวลของเสียงกลางเยอะ พุ่งนำเสียงตํ่าและเสียงแหลม มีโทนที่หม่นเล็กน้อย แต่ยังเสียงดังชัดเจนครับ การแยกมิติของเครื่องดนตรีส่วนตัวยังฟังดูกัดกันอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าฟังจับรายละเอียดของแต่ละเครื่องดนตรีก็ยังฟังออกได้อย่างไม่ยากเย็น ซาวด์สเตจกว้างกำลังดี ฟังสบาย ยิ่งเปิด Noise Cancellation ซาวด์สเตจของเพลงจะยิ่งเด่นชัด โปร่ง และยังส่งผลให้ซาวด์โดยรวมของเพลงดูหนาขึ้นไปเยอะเลยครับ

          เสียงเบสของ Sennheiser Momentum ลงได้ลึกมาก ออกลูกใหญ่และฟุ้งกระจายไปทั่ว Background ของเพลง เสียงเบสมีความเร็วในการตอบสนองกำลังพอดี แรงปะทะปานกลาง ฟังดูแน่นและแข็งแรง หัวเสียงมนๆ นุ่มๆ ผิวเสียงมีความลื่นปานกลาง เสียงกลางรู้สึกถอยหลังเล็กน้อย มีความเร็วในการตอบสนองพอใช้ ลำตัวหนากำลังดี เสียงแหลมให้โทนหม่นกลางๆเกือบจะสว่าง มีอาการกวนหูเล็กน้อยมากกับบางเพลงโดยเฉพาะเสียงไฮแฮทกลอง (HiHat) ที่ให้เสียง “ซึบๆ” จักจี้หูเล็กน้อย เสียงร้องฟังดูใกล้กับหูดี เสียงพุ่งได้สั้นกว่าเสียงเบสเล็กน้อย ลำตัวยังเต็ม หัวเสียงเบลอเล็กน้อยครับ การแยกชิ้นดนตรีก็ทำออกมาได้ดี ฟังดูกระจายๆกัน และมีตำแหน่งของตัวเอง การจับเสียงดนตรีแต่ละชิ้นอยู่ในระดับที่พอจับได้ ยังฟังรู้ว่าเสียงอะไรอยู่ตำแหน่งไหน ซาวด์สเตจจัดว่ากว้างเลย ฟังสบายและฟังสนุกมากครับ

 

สรุป...

          หากจะว่ากันตามตรงแบบขวานผ่าซาก Sony Wf-1000XM3 สามารถชนะ Sennheiser Momentum ได้อย่างสบายๆในเรื่องของความคุ้มค่า เนื่องจาก Sony WF-1000XM3 นั้นมีเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยให้กับนักฟังเพลงอย่างมากเช่น Noise Cancellation เอย ความอึดของแบตเตอรี่เอย หรือแม้กระทั่งฟังชั่น DSEE HX หรือ Adaptive Sound ที่เรียกได้ว่า น่าจะโดนใจและได้ใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด แต่ข้อเสียของ Sony WF-1000XM3 ที่ใครหลายคนอาจแอบเสียดายนั่นคือ ไม่มีมาตรฐานการกันนํ้า ทำให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการออกกำลังกายไม่สามารถใส่ออกกำลังกายได้ แต่ก็ทดแทนมาด้วยราคาที่ถูกกว่า Sennheiser Momentum อยู่มากเลยทีเดียวหากมองในมุมของเม็ดเงินที่จ่ายไป ถึงแม้ข้อดีของ Sony WF-1000XM3 จะเยอะกว่า Sennheiser Momentum แต่ก็ไม่ใช่ว่า Sennheiser Momentum จะเป็นหูฟัง True Wireless ที่ไม่คุ้มค่า แน่นอนมันยังมีข้อดีที่ Sony WF-1000XM3 ไม่มีนั่นคือ การรองรับ Codec คุณภาพสูงเช่น apt-x และ apt-x Low Latency ที่ช่วยให้สัญญาณนั้นมีสเถียรภาพในการส่ง และคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น อีกทั้งยังกันนํ้าได้ในระดับ IPX4 สามารถใส่ออกกำลังกายได้ ถ้าให้สู้กันเฉพาะเรื่องเสียง ส่วนตัวจะชอบเสียงจาก Sennheiser Momentum มากกว่า เนื่องจากเบสที่ลงได้ลึกกว่า ฟังสนุก สเตจกว้าง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งหากจาก Sony WF-1000XM3 มากนัก แต่หากมองภาพรวม การใช้งานและความคุ้มค่า Sony WF-1000XM3 นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ที่นี้ครับ

 

สำหรับท่านใดที่สนใจ Sony WF-1000Xm3 สามารถจิ้มเข้าไปกดสั่งซื้อได้เลยครับ

สั่งซื้อ Sony WF-1000Xm3 : http://bit.ly/2YUYbI8

Download attached document