4 วิธีในการรีดศักยภาพหูฟังเพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุด !

4 วิธีในการรีดศักยภาพหูฟังเพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุด !

          เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมหูฟังของเราถึงไม่ให้เสียงเหมือนหูฟังคนอื่นๆที่เค้าชมนักชมหนาว่า “หูฟังตัวนี้เสียงดี..” ทั้งๆที่หูฟังของเราก็เป็นหูฟังรุ่นเดียวกันกับเค้าแท้ๆ แต่เดี๋ยวก่อน ! ก่อนที่คุณผู้อ่านจะจิตตก บางทีคุณผู้อ่านอาจมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ไป ซึ่งขอบอกเลยว่าถ้าทำแล้วหูฟังของคุณผู้อ่านจะให้เสียงที่ดีขึ้นราวกับหนังคนละม้วนเลยกับ 4 วิธีง่ายๆในการรีดศักยภาพหูฟังไร้สายฯเพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุดเท่าที่หูฟังของท่านจะทำได้ครับ

 

1. เลือกจุกหูฟัง (Eartips) ให้เหมาะสม !

เสียงดี,จุกหูฟัง,สตรีมมิ่ง

  • ใครบอกว่าจุกหูฟังไม่ช่วยให้หูฟังของเราเสียงดีขึ้น กลับกันจุกหูฟังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คนเล่นหูฟังต่างให้ความสำคัญมากๆไม่แพ้สิ่งอื่นใด ก่อนที่เราจะพลิกอินเทอร์เน็ตค้นหาหาจุกหูฟังคู่ใหม่ ผมอยากให้ท่านเริ่มจากจุกหูฟังที่มากับกล่องหรือที่เราเรียกกันว่า Stock Eartips ซึ่งจะมาด้วยกันหลายขนาดตามแพ็คเกจของหูฟังรุ่นนั้น โดยทำการทดลองหยิบจุกหูฟังขึ้นมาใส่ที่หูของเราแล้วลองส่ายหัวไปมาแล้วสำรวจดูว่าเรารู้สึกกระชับไหม มีความแน่นความหลวมอย่างไร หากท่านใส่จุกหูฟังขนาดนั้นๆแล้วส่ายหัวแล้วยังรู้สึกกระชับ นั่นคือขนาดจุกหูฟังที่เหมาะสมกับท่านครับ
  • หากท่านยังยืนกรานอยากใช้ Custom Eartips ยอดนิยมอย่าง Spinfit CP100 หรือจุกหูฟังโฟมกันเสียงดีๆ เราอยากให้ท่านสำรวจหูฟังของท่านเสียก่อนว่าสามารถใช้จุกหูฟังนั้นๆได้หรือไม่ เนื่องจากหูฟังมีสายและหูฟัง True Wireless แต่ละรุ่นมีขนาดท่อนำเสียงไม่เหมือนกัน บางรุ่นยาว บางรุ่นสั้น หรือบางรุ่นใส่จุกหูฟังรุ่นอื่นแล้วเก็บลงกล่องชาร์จไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น Jabees Firefly Pro สามารถใช้จุก Spinfit CP100 ได้ เก็บลงกล่องชาร์จได้ปกติ เป็นต้นครับ
  • “ถ้ากระชับแล้วเสียงมันจะดีขึ้นยังไง ?” เมื่อเราใส่จุกหูฟังที่เหมาะสมกับช่องหูของเราแล้ว นั่นหมายความว่าจุกหูฟังจะสามารถกันเสียงเพลงที่รั่วออกจากหูของท่านได้ดี ผลลัพท์คือเราจะได้ยินเสียงที่ครบทุกย่านมากขึ้น มีความอิ่มและมีความชัดเจนของเสียงที่มากขึ้น ซึ่งหากท่านใส่จุกหูฟังที่ขนาดไม่เหมาะสมกับช่องหู มันจะส่งผลให้เสียงรั่วออกจากหูฟัง ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงได้ครบทุกย่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งย่านเสียงตํ่า (Low) ที่เมื่อจุกหูฟังกันเสียงออกได้ไม่ดี เสียงย่านนี้จะหายไปพอสมควรเลยล่ะครับ

 

2. นวด นวด แล้วก็นวด (เบิร์นหูฟัง)

เสียงดี

  • ต้องขอบอกก่อนว่าการเบิร์นหูฟังเหมาะกับหูฟังมีสายเท่านั้น การเบิร์นหูฟังอาจไม่เหมาะกับหูฟังประเภท True Wireless ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุแบตเตอรี่ที่มีอายุเฉลี่ยราวๆ 300-400 ชั่วโมงก่อนที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมถอยลง ในขณะที่การเบิร์นหูฟังอาจใช้เวลาเกือบครึ่งนึงของอายุแบตเตอรี่ซึ่งถ้าอยากเบิร์นหูฟัง True Wireless จริงๆ แนะนำให้ใส่ใช้งานไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบจะดีกว่า เพื่อที่เราจะได้ใช้งานไปด้วย และเบิร์นหูฟังไปด้วยพร้อมๆกันครับ
  • การนวดหรือการเบิร์นหูฟังถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ท่านควรทำกับหูฟังของท่านเพื่อให้หูฟังให้เสียงที่ดีขึ้น เหตุผลที่ท่านควรเบิร์นหูฟังก็เพราะว่า ดอกขับเสียง (Driver) ของหูฟังคู่ใหม่แกะกล่องจะยังให้ความยืดยุ่นรับกับย่านความถี่เสียงตํ่า กลาง สูง ได้ไม่ดีพอ ซึ่งหากท่านเบิร์นมันไปเรื่อยๆท่านจะพบว่าหูฟังของท่านให้เสียงได้ครอบคลุมทุกย่านความถี่มากขึ้น ส่งผลให้เราได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้น คมใสมากขึ้นตามแต่คาแรคเตอร์ของหูฟังนั้นๆครับ
  • วิธีการเบิร์นหูฟังง่ายๆโดยที่ไม่ต้องไปลำบากหาโน่นนี่นั่นมาใช้ก็คือ “การเปิดเพลงหลายๆแนวในระดับ Volume ที่เราฟังปกติ” ไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่การเบิร์นหูฟังคู่นึงอาจใช้เวลาเฉลี่ยราวๆ 100-200 ชั่วโมงหรืออาจมากกว่านั้นหูฟังถึงจะเข้าที่ ซึ่งหลังทำแล้ว ท่านจะรู้สึกอย่างไม่อุปทานเลยล่ะครับว่า “เฮ้ย ! รู้สึกว่าเสียงดีขึ้นแหะ..”

 

3. เลือกไฟล์เพลงที่มีคุณภาพ&ตั้งค่าการสตรีมมิ่งเพลงให้สุด..

เสียงดี,จุกหูฟัง,dacamp

  • การเลือก Source หรือแหล่งที่มาของเพลง คุณภาพของไฟล์เพลง ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการให้เสียงที่ดีขึ้น อีกทั้งมันอาจช่วยให้หูฟังนั้นๆแสดงศักยภาพที่แท้จริงของมันออกมา โดยนักฟังเพลงที่เป็น Audiophile ส่วนใหญ่จะใช้ไฟล์ FLAC ที่ความละเอียด 16bit/44.1 kHz ตลอดไปจนถึงไฟล์ระดับคุณภาพสูง MQA ที่ความละเอียดถึง 24bit/96 kHz เปรียบเทียบง่ายๆกับทีวี หากทีวีของเราสามารถให้ภาพชัดระดับ 4K ได้ เราต้องเลือกดูหนังที่ให้ความชัดระดับ 4K ด้วยถึงจะถูก !!
  • ในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่อาจฟังเพลงจากไฟล์เพลงกันน้อยลง เนื่องจากในปัจจุบันผู้ใช้งานต่างหันไปใช้บริการ “Music Streaming” กันซะเยอะเนื่องจากมันให้ความสะดวกมากๆ อยากฟังเพลงอะไรก็ได้ฟัง หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานแอปฯสตรีมเพลงเราขอแนะนำให้ท่านปรับ Streaming Quality เป็นระดับสูงสุด เพื่อให้เราได้คุณภาพการสตรีมเพลงที่ดีที่สุดนั่นเองครับ

 

4. ใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงเสริมอื่นๆเช่น DAC/AMP หรือเครื่องเล่นเพลงคุณภาพสูง DAP

เสียงดี,จุกหูฟัง,dacamp

  • สำหรับหูฟังมีสาย ก่อนที่อุปกรณ์จะส่งเสียงผ่านหูฟังให้เราได้ยินมันต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง ไฟล์เพลงในรูปแบบดิจิตอลจำเป็นจะต้องผ่านการแปลงสัญญาณเป็นอนาล็อกโดยชิปแปลงสัญญาณที่เรียกว่า DAC ย่อมาจาก Digital Audio Convertor ซึ่งคุณภาพชิพแปลงสัญญาณก็มีส่วนทำให้เราได้รับเสียงเพลงที่ดี แต่ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนใช้หูฟังฟังเพลงกับสมาร์ทโฟน ซึ่ง DAC ในสมาร์ทโฟนทั่วไปอาจยังไม่เพียงพอต่อการได้ “เสียงที่ดี” เราจึงอาจต้องพึ่งอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกเช่น DAC/AMP เพื่อให้เราฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนของเราได้เสียงที่สุดยอดขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมี DAC/AMP สเป๊คดีๆในราคาถูกมากมายหลายยี่ห้อไม่ว่าจะเป็น Fiio BTR1K,Shanling UP2 มีขนาดที่เล็กพกพาง่าย และให้เสียงที่ดีกว่าต่อตรงๆกับสมาร์ทโฟนตามท้องตลาด หรือดีกว่าใช้ตัวแปลง Lighting, Type-C ธรรมดาๆแน่นอนครับ
  • หากต้องการจะไปให้สุดกว่านี้ การเปลี่ยนจากสมาร์ทโฟนเป็น DAP สักตัวนึงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการได้รับ “เสียงที่ดี” จากหูฟังของท่าน ซึ่ง DAP แต่ละรุ่นต่างให้เสียงที่ไม่เหมือนกัน มีราคาถูกตั้งแต่ สองถึงสามพันบาทตลอดไปจนถึงระดับเป็นแสน ซึ่งยิ่งแพงก็จะยิ่งมีสเป๊คเจ๋งๆเช่น มีชิปแปลงสัญญาณมากกว่าสองตัว ตลอดไปจนถึงมีแอมป์หลอดข้างในกันเลยทีเดียว ซึ่งการฟังเพลงผ่าน DAP หรือ Digital Audio Player จะให้เสียงที่ดีกว่าฟังจากสมาร์โฟนอย่างแน่นอนครับ
  • และนี่คือ 4 วิธีที่เราสามารถรีดศักยภาพสูงสุดจากทั้งหูฟังมีสายและหูฟังไร้สาย เพื่อให้เราได้เสียงที่ดีที่สุดจากหูฟังตัวนั้นๆ บางวิธีก็สามารถทำได้ง่ายๆหรือบางวิธีอาจจะต้องลงทุนเพิ่มอีกสักเล็กน้อย ซึ่งหากคุณผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็น่าจะรู้แล้วว่าการที่นักเล่นเครื่องเสียงหรือหูฟังคนนึงจะได้โทนเสียงที่ถูกใจนั้นสูญเสีย “เงิน”กันไปมากจริงๆ (ฮ่าๆ) แต่นี่แหละครับคือเสน่ห์ของนักเล่นเครื่องเสียงและนักฟังเพลงที่มีความสุขที่จะหาโน่นนี่นั่นมาลองแต่งระบบเสียงของเราให้เสียงที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ต่างจากผู้ที่ชอบแต่งรถเลยล่ะครับ

 


 

จุกหูฟังเสริม กระชับขึ้น เสียงดีขึ้น เบสหนักขึ้น : คลิปที่นี่

หูฟัง True Wireless เสียงแจ่มๆ : คลิปที่นี่

DAC/AMP อุปกรณ์ต่อพ่วงเสริม เพื่อเสียงสุดขัด : คลิกที่นี่

Download attached document

« กลับ