รวมหูฟัง Audio Technica M Series

รวมหูฟัง Audio Technica M Series
18 มกราคม 2024 464 ผู้เข้าชม
รวมหูฟัง Audio Technica M Series
  • Audio Technica 1 ในแบรนด์หูฟัง(และอื่นๆอีกมากมาย)คู่บ้านคู่เมือง 1 ในแบรนด์ในตำนานจากญี่ปุ่นที่มีมาอย่างช้านาน ถ้าเป็นสายทำเพลง สายนักดนตรี ทำงาน Studio ต่างๆน่าจะคุ้นหน้าคุ้นชื่อกันอยู่แล้วล่ะครับ แต่หากเป็นผู้ใช้ทั่วไปอาจจะไม่คุ้นมากนัก แต่เชื่อว่าใครหลายๆคนต้องเคยเห็นหน้าเห็นตาหูฟังรุ่นในตำนานอย่าง Audio Technica ATH-M50x ผ่านหูผ่านตามาอย่างแน่นอนครับ
  • ถ้าหากถามว่าจุดเด่นของแบรนด์นี้คืออะไร? ก็ขอตอบสั้นๆว่า “รายละเอียดเสียงที่ยอดเยี่ยม โทนเสียงเป็นเอกลัษณ์ ราคาจับต้องได้” มีให้เลือกใช้งานตั้งแต่รุ่นราคาถูกยัน Hi-end พรีเมียมสุดๆกันเลยทีเดียวครับ อย่างรุ่นในตำนานอย่าง ATH-M50x ที่เป็นรุ่นยอดฮิตตลอดกาลก็ถือว่าเป็นหูฟัง Monitor ที่อยู่ในเรนจ์ราคากลางๆค่อนไปสูงที่ใช้งานระดับ Professional ได้และยังใช้ฟังเพลงทั่วไปก็เยี่ยมนั่นเองครับ ถ้าใครชอบฟังรายละเอียดดนตรีแบบชัดๆ ไม่คัลเลอร์เยอะ สีสันไม่จัดจ้านเกินไป Audio Technica ตอบโจทย์ได้แน่นอน

  • แน่นอนครับ Audio Technica ยุคใหม่ๆมีการออกหูฟังมาหลากหลายแบบรวมถึง TWS อีกด้วย ที่เพื่อนๆน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาก็เจ้า ATH-TWX9 ที่เป็นที่ฮือฮาตอนออกมา เป็นหูฟัง TWS ที่ให้รายละเอียดเสียงอันสุดโหดนั่นเอง 
  • แต่ว่าวันนี้เราจะมาพูดถึง “หูฟัง Monitor” ของเก่ง ตัวชูโรงของแบรนด์ Audio Technica กันครับ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น หากเป็นสายทำงาน Studio นักดนตรี คงจะรู้อยู่แล้วว่าหูฟัง Monitor นั้นเป็นอย่างไร จุดเด่นคืออะไร แต่หากเป็นผู้ใช้ทั่วไปอาจจะยังไม่ทราบ วันนี้ 425Audio จะมาให้คำตอบแบบเข้าใจง่ายๆเองครับ (สัญญาว่าจะเขียนสั้นๆครับ…)

“หูฟัง Monitor คืออะไร ทำไมถึงต้องใช้?”

  • เอาสั้นๆง่ายๆก็คือ “ใช้ทำงานเกี่ยวกับ Studio อัดเพลง ใช้ทำงานเล่นดนตรี ใช้ในการตัดต่อวีดีโอ หรือใช้ฟังเพลงเพื่อเน้นฟังเสียงที่จริงที่สุดของเพลงนั้นๆ” 
  • “ถามว่าทำไมถึงต้องใช้หูฟัง Monitor ในการทำงานเหล่านี้ล่ะ?” คำตอบก็คือ หูฟัง Monitor จะมีโทนเสียงที่ Flat บาลานซ์ทุกย่าน ให้เสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงจริงจากการอัดเสียงมามากที่สุดนั่นเองครับ
  • เพราะหากเราใช้หูฟังที่จูนมาแบบคัลเลอร์ หรือจูนโทนเสียงมาแล้วจะทำให้เราไม่รู้เลยว่าที่เรากำลังฟัง กำลังตัดต่อเสียงต่างๆอยู่นั้นเสียงจริงเป็นอย่างไร เพราะโทนเสียงจากหูฟังถูกจูนมาเพิ่มแล้วนั่นเองครับ…
  • ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเรากำลังอัดเพลงอยู่แล้ว แล้วเรากำลังตัดต่อเสียงกลองกะเสียงกีต้าเบสอยู่ หากใช้หูฟังที่จูนมาแล้ว จูนมาแบบเบสหนัก เราก็จะได้ยินเบสกะกลองแบบหนักในทันทีแล้วจะทำให้เราคิดว่าย่านเบสมันพอแล้วไม่ต้องเพิ่มตอนอัดเสียงเพราะมันล้นมาจากการจูนของหูฟังที่ใช้นั่นเองครับ หากเราใช้หูฟัง Monitor ในการฟังเราก็จะรู้ว่าเสียงเบสกับกลองอาจจะยังไม่พอ อาจจะต้องเพิ่มความดังอีกนิดหรือต้องลดลงนั่นเองครับ รวมถึงการตัดต่อพวกวีดีโอต่างๆก็เช่นกัน ทำให้เราได้ยินเสียงต่างๆได้ใกล้เคียงกับเสียงจริงตอนอัดวีดีโอมานั่นเองครับ จะได้ได้ยินเสียง Noise ในย่านต่างๆได้เคลียร์ขึ้น เสียงพูดมันดังไปไหมหรือเบาไป ก็สามารถใช้หูฟัง Monitor ช่วยในการทำงานด้านนี้ได้ง่ายและแม่นยำขึ้นนั่นเองครับ
  • “ใช้ฟังเพลงทั่วไปก็ได้นะ” ถ้าเราใช้หูฟัง Monitor ในการฟังเพลง จะทำให้เราได้ยินเสียงเพลง เสียงรายละเอียดดนตรีที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ ศิลปิน คนมิกซ์เพลง ต้องการจะให้ฟังโทนเสียงแบบนี้จริงๆครับ เพราะหากเราฟังด้วยหูฟังที่จูนเบสมาเยอะ แรงปะทะแบบโหดๆ หรือจูนมาเน้นแต่เสียงร้องอย่างเดียว อาจจะไม่ได้ยินรายละเอียดดนตรีย่านอื่น หรือจริงๆแล้วเพลงนั้นๆไม่ได้เน้นย่านเบสเลย ก็จะทำให้โทนเสียงและรายละเอียดที่เราได้ฟังในเพลงนั้นคลาดเคลื่อนจากโทนเสียงจริงได้ครับ
  • หากยังนึกภาพไม่ออกละก็ ขอยกตัวอย่างแบบเห็นภาพและน่าจะง่ายที่สุด หูฟัง Monitor = “ก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ถูกปรุง” ส่วนหูฟังที่ถูกจูนมาแล้ว =  “ก๋วยเตี๋ยวที่ถูกปรุงมาแล้ว”  นั่นเองครับ

“จุดเด่น-จุดด้อย ของหูฟัง Monitor คืออะไร?”

  • เอาจริงๆ “จุดเด่นกับจุดด้อยคืออันเดียวกัน” สำหรับหูฟัง Monitor ครับ ความบาลานซ์ ความเที่ยงตรง ความ Flat ของโทนเสียงเปรียบเสมือนจุดเด่นและจุดด้อยไปพร้อม ๆกัน สำหรับคนที่ฟังหูฟังแบบ คัลเลอร์ หรือหูฟังที่จูนมาให้ฟังสนุก เบสแน่นๆสะใจ เสียงร้องแบบเด่นนำอยู่ข้างหน้า หรือแม้กระทั้งโทนเสียงที่นิยมจูนกันอย่าง V-Shape พอมาลองฟังหูฟังสไตล์ Monitor ครั้งแรกจะบอกว่า “จืดดดดดด” ซึ่งเป็นปกติมากๆครับ(ตัวผู้เขียนเองก็เป็น) แต่หากฟังไปเรื่อยๆจนชินแล้ว จะกลับไปฟังหูฟังสไตล์คัลเลอร์อีกรอบก็จะรู้สึกแปลกหูไปเลยครับ
  • “ความจืดนี่แหละจุดเด่น” ถามว่าจืดเพราะอะไร? เพราะหูฟังแนวนี้เน้นให้คนใช้งานได้ยินเสียงใกล้เคียงกับการ Mix Mastering ของเพลงนั้นๆได้ใกล้เคียงที่สุดนั่นเองครับ หากเราฟังหูฟังที่จูนมาแบบคัลเลอร์หรือจูนมาเบสหนักๆสลับกับหูฟัง Monitor ด้วยเพลงเดียวกัน เรียกว่าแทบจะเหมือนกับฟังคนละเพลงเลยล่ะครับ จริงๆเพลงที่เราฟังด้วยหูฟังคัลเลอร์อาจจะไม่ได้เน้นเบสขนาดนั้นก็ได้ในความเป็นจริง และเมื่อเราฟังหูฟังที่บาลานซ์จะทำให้เราได้ยินเสียงเครื่องดนตรีในย่านอื่นๆชัดขึ้น บางทีเราจะได้ยินเสียงเครืองดนตรีบางชิ้นที่เราไม่เคยได้ยินตอนฟังด้วยหูฟังแบบคัลเลอร์อีกด้วยครับ
  • “ความจืดนี่แหละจุดด้อย” ใช่ครับ บางคนก็รู้สึกว่ามัน Flat เกิน มันจืดเกินไป ฟังเพลงไม่มันเอาซะเลย เบสน้อยไปบ้าง ฟังแล้วมันไม่เร้าใจเลย หรือฟังบางเพลงก็รู้สึกว่าเสียงร้องมันดูไม่นุ่มหนาเอาซะเลย ซึ่งถือว่าเป็นปกติมากๆสำหรับคนที่พึ่งจะมาฟังหรือลองฟังหูฟังแนวนี้ แต่บอกตรงๆว่าถ้าชินกับโทนเสียงของหูฟัง Monitor แล้วกลับไปฟังหูฟังสไตล์คัลเลอร์อีกรอบก็จะรู้สึกถึงความล้นความเกินได้ในทันทีครับ
  • “เอาไว้แก้เลี่ยนได้ดีเลยล่ะ” บางครั้งเราฟังหูฟังสไตล์คัลเลอร์มานานๆ ฟังเบสแน่นๆมาซักพักเราก็จะรู้สึกเลี่ยนหูได้เช่นกันครับ (ตัวผู้เขียนเองก็เป็นอยู่บ่อยๆ) บางทีการฟังอะไรเดิมๆซ้ำๆมันก็ช้ำมันก็เอียนได้เช่นกัน แค่เราเปลี่ยนไปฟังหูฟัง Monitor ก็เหมือนการรีเฟรชหูนั่นเองครับ ฟังเพลงเดิมๆที่เราฟังทุกวันนี่แหละแค่เปลี่ยนหูฟัง เปลี่ยนโทนให้มันจืดลง บาลานซ์มากขึ้น ก็ช่วยให้ความเอียนความล้าหูมันหายไปได้ในพริบตาจริงๆครับ ตัวผู้เขียนเองก็ทำอยู่บ่อยๆครับ ช่วยได้มากจริงๆครับ

Audio Technica M Series มีรุ่นไหนบ้าง?

รุ่นที่แนะนำ

เริ่มต้นแบบ Budget M20x M30x

  1. M30x สามารถพับเก็บได้และมีถุงแถมมาให้ด้วย ในขณะที่ M20x ไม่สามารถพับเก็บได้และไม่มีถุงแถมมาให้
  2. เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเริ่มใช้งานหูฟัง Monitor ไม่ว่าจะใช้ทำงานหรือฟังเพลง หากชื่นชอบหรือใช้ไปจนเข้าใจแล้วว่าหูฟัง Monitor เป็นอย่างไรก็สามารถขยับไปรุ่นสูงกว่านี้ได้
  3. M30x จะมีการเพิ่มเสียงในย่านกลางมาให้มากกว่า M20x ทำให้ได้ยินรายละเอียดเครื่องดนตรีในย่านรวมถึงเสียงร้องได้ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้นครับ

มีงบขึ้นมาหน่อย แต่งบยังไม่ถึง M50x ก็มาทางนี้ที่ M40x

  1. โทนเสียงมีความบาลานซ์มากขึ้น รายละเอียดชัดขึ้นจากรุ่น M20x M30x
  2. วัสดุพรีเมียมขึ้น และยังมีสายมาให้เลือกใช้ 2 แบบ สามารถถอดเปลี่ยนได้ ในขณะที่ M20x M30x ถอดเปลี่ยนไม่ได้ครับ
  3. คุณภาพเสียงที่ได้คุ้มค่ากับราคามากๆ แม้วัสดุจะพรีเมียมสู้ M50x ไม่ได้ แต่โทนเสียงกับคุณภาพเสียงมีความใกล้เคียงในราคาที่ถูกลงพอสมควรครับ

รุ่นในตำนาน M50x ที่ราคาจับต้องได้และใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

  1. รุ่นในตำนานที่เป็นรุ่นยอดฮิต รุ่นขายดีที่สุดตลอดกาลของทาง Audio Technica
  2. โทนเสียง คุณภาพเสียง ดีไซน์ วัสดุหูฟัง รวมถึงราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
  3. ใช้ทำงานระดับ Pro ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม รายละเอียดเสียงแต่ละย่านครบถ้วน บาลานซ์ จับน้ำหนักเครื่องดนตรีในแต่ละย่านได้แม่นยำ ใช้ทำงานอัดเสียง ตัดต่อ เอาไปเล่นดนตรีบนเวทีก็สบาย หรือจะเน้นใช้งานฟังเพลงอย่างเดียวก็ได้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมเช่นกันครับ
  4. มีสีสันให้เลือกซื้อเยอะ ออกสีลิมิเต็ดทุกปีสำหรับสายสะสม

ไปให้สุดแล้วหยุดที่ M70x

  1. Top ของรายละเอียดเสียง ขี้ฟ้องแบบขั้นสุด จับไดนามิกได้ละเอียดยิบสมชื่อเรือธงของตระกูล
  2. เป็นรุ่นที่จับรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีและน้ำหนักเครื่องดนตรีได้โหดที่สุด เครื่องไหนหนักเครื่องไหนเบา เครื่องไหนอยู่ใกล้หรือไกล จับมาให้ได้ฟังกันแบบละเอียดยิบๆ เสียงเครื่องดนตรีพร้อมกระแทกใส่หน้าได้ทุกเมื่อ 
  3. หากต้องการความละเอียดของเสียงแบบขั้นสุด อยากฟังเสียงเครื่องดนตรีกระแทกหน้า ต้องการได้ยินทุกรายละเอียดเสียงแบบชัดเจนสุดๆ อยากได้ยินไดนามิคเสียงแต่ละเครื่องหรือความดังเบาของเสียงแต่ละย่านแบบแม่นยำและละเอียดมากๆในการทำงาน ยังไงก็ต้อง M70x ครับ!! 
  4. แม้แต่ John Mayer ยังเลือกใช้เลยนะ!!

อยากพกง่ายๆแบบไร้สายก็มีให้เลือก

  1. แก๊งไร้สาย M20xBT2 และ M50xBT 
  2. สำหรับคนชอบโทนเสียงสไตล์นี้แต่อยากพกพาออกไปใช้งานข้างนอกแบบสะดวกสบาย ไม่อยากให้มีสายมาพะรุงพะรังก็สามารถมาที่รุ่น BT ได้เช่นกัน โทนเสียงมีความใกล้เคียงกันกับรุ่นมีสายเลยครับ
  3. ถึงแม้จะเป็นรุ่นไร้สายแต่ก็มีสาย AUX 3.5 มาให้เลือกใช้อีกด้วย

ATH-TWX9 หูฟัง TWS ที่อัดแน่นไปด้วย DNA ของตระกูล M อยู่เต็มเปี่ยม

  1. ไม่ใช่หูฟัง Monitor แต่คาแรคเตอร์เสียงของตระกูล M ยังเข้มข้นมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้รายละเอียดเสียงแต่ละย่านที่คมชัด จับน้ำหนักเครื่องดนตรีชิ้นต่างๆดีมากๆ รวมถึงความบาลานซ์ในแต่ละย่านที่ค่อนข้างบาลานซ์เมื่อเทียบกับหูฟังในสไตล์นี้นั่นเองครับ
  2. หากเคยลองเสียงเจ้า TWX9 แล้วชอบเสียงสไตล์นี้ ก็จะชอบเสียงหูฟัง Monitor ของ Audio Technica ได้ไม่ยากเลยล่ะครับ หรือใครที่เคยฟัง เคยใช้งานหูฟังตระกูล M มาแล้วก็จะชอบเจ้า ATH-TWX9 ได้ไม่ยากเช่นกันครับ

  • ทีมงาน 425Audio จะสรุปสั้นๆเป็นข้อๆให้เองครับว่าหูฟัง Monitor ของ Audio Technica จะใช่หูฟังที่เพื่อนๆตามหากันอยู่หรือไม่?
  1. ต้องการฟังโทนเสียงที่มีความบาลานซ์ทุกย่าน ไม่อยากได้ยินย่านไหนที่เด่นเกินไป อยากฟังรายละเอียดเครื่องดนตรีในทุกย่านแบบครบๆ ต้องการฟังโทนเสียงที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อออกมามากที่สุด
  2. อาจจะเบื่อหรือเลี่ยนกับหูฟังสไตล์คัลเลอร์ ฟังแบบจูนเสียงเน้นฟังสนุกมาเยอะแล้ว อยากลองเปลี่ยนไปฟังแบบบาลานซ์บ้าง หรือกำลังหาหูฟังไว้สลับใช้งาน เอาไว้ใช้รีเฟรชหูจากหูฟังที่มีอยู่
  3. ต้องการใช้งานในการทำงานเกี่ยวกับห้องอัดต่างๆ นำไปใช้เล่นดนตรี หรือทำงานเกี่ยวกับการตัดต่อต่างๆ
  4. อยากได้หูฟังครอบหูดีไซน์หล่อเท่ แค่คล้องคอเฉยๆก็เท่แล้ว ถ้าเทียบดีไซน์หูฟัง Monitor ของ Audio Technica กับหูฟัง Monitor ยี่ห้ออื่นๆก็ต้องยอมรับครับว่าฝั่ง Audio Technica มีความโฉบเฉี่ยว วัยรุ่นกว่า Cool กว่ายี่ห้ออื่นพอสมควร ถ้าอยากได้หูฟังครอบหูเท่ๆก็ต้องมาทางนี้เลยล่ะครับ
  • เป็นไงกันบ้างครับ จากที่สรุปสั้นๆให้ด้านบน มีข้อไหนตรงใจหรือตรงที่กำลังตามหากันอยู่บ้างไหมครับ? หรือว่ามันตรงหมดทุกข้อเลย… ถ้ามันตรงทุกข้อขนาดนั้นก็พลาดไม่ได้แล้วล่ะคร้าบบบบบบบบบบบ

 

 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็นของคุณ
อีเมลของคุณจะไม่ถูกแสดงเมื่อทำการแสดงความคิดเห็น