Case-Mate เคสกลิตเตอร์แน่นๆ แต่ให้สัมผัสเรียบแบบพรีเมียม

Case-Mate เคสกลิตเตอร์แน่นๆ แต่ให้สัมผัสเรียบแบบพรีเมียม
กำลังโหลด... 165 view(s)

Case-Mate เคสกลิตเตอร์แน่นๆ แต่ให้สัมผัสเรียบแบบพรีเมียม

          หากใครเคยใช้เคสกลิตเตอร์แบบ Handmade คงคุ้นเคยกันดีกับสัมผัสที่ขรุขระ ข่วนมือ ไปจนถึงการขีดข่วนเสื้อผ้าจนเป็นรอย หรือหากเลือกซื้อเคสที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรม ก็อาจจะได้ความเรียบ สม่ำเสมอ แต่ความหนาแน่นของกลิตเตอร์ กลับเบาบางไม่ระยิบระยับเท่าที่ควร

          แต่เคสจากแบรนด์ Case-Mate แตกต่างกับเคสกลิตเตอร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้ใช้งานจะได้ทั้งความสวยงามระยิบระยับ และสัมผัสที่เรียบลื่น ซึ่งเป็นความพรีเมี่ยมที่ทางแบรนด์ผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจ โดยตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นเคสที่สวย ใช้งานได้จริง และกันกระแทกได้ด้วย

 

Case-Mate เคสกลิตเตอร์ที่ระยิบระยับ สมฉายา “เคสกลิตเตอร์ตาแตก”

          ถ้าพูดถึงแบรนด์ Case-Mate หลายคนคงรู้จัก “เคสกลิตเตอร์ตาแตก” กับคอลเลคชั่น Case-Mate Twinkle ซึ่งเป็นเคสที่ตกแต่งกลิตเตอร์มาแน่นมากๆ จนไม่เหลือที่ว่างให้เห็น และยังโดดเด่นด้วยเอฟเฟกต์ความแวววาว ให้ความระยิบระยับเล่นแสงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะพลิกไปในองศาไหน ก็เป็นประกายได้ทุกองศา

          หรือจะเป็นคอลเลคชั่น Case-Mate Twinkle Ombre ที่ตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ฟอยล์คล้ายๆ กัน แต่มาในดีไซน์ไล่ระดับความหนาแน่นสไตล์ Ombre จากด้านล่างจนถึงบริเวณกลางแผ่นเคส เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับโชว์สีสันของตัวเครื่อง แต่ยังคงให้ความระยิบระยับ และเป็นประกายเมื่อกระทบกับแสงได้ไม่แพ้กัน

 


 

กลิตเตอร์แน่นแค่ไหน ก็ยังให้สัมผัสที่เรียบลื่น สม่ำเสมอ

          เนื่องจากเคสที่ตกแต่งด้วยกลิตเตอร์​ฟอยล์ของแบรนด์ Case-Mate ส่วนใหญ่ มีการออกแบบให้พลาสติกของแผ่นหลังเป็นลักษณะ 2 ชั้น และมีกลิตเตอร์ฝังเป็นชั้นอยู่ภายใน เพื่อให้ได้สัมผัสที่เรียบลื่น ซึ่งเป็นความพรีเมี่ยมที่หาได้ยากในเคสกลิตเตอร์จากแบรนด์อื่นๆ ทั่วไป

          เมื่อใช้งานจริง ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับพลาสติกแข็งที่อยู่ด้านนอก ไม่ได้สัมผัสกับกลิตเตอร์โดยตรง จึงไม่รู้สึกถึงความขรุขระที่มักจะก่อให้เกิดความรำคาญ ทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการขีดข่วนเสื้อผ้าจนเป็นรอย เป็นขุยอีกด้วย

          โดยการออกแบบลักษณะนี้ จะมีในคอลเลคชั่น Case-Mate Twinkle, Twinkle Ombre, Twinkle Diamond, Sheer Crystal, Tough Groove, Karat Crystal และ Karat Onyx รวมไปถึง Case-Mate Karat Marble เคสลายหินอ่อนที่ตกแต่งด้วยกลิตเตอร์สีทอง และเกล็ดทองแท้ (Gold Karat 24K)


          แต่ก็มีบางคอลเลคชั่นที่ Case-Mate ตั้งใจให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับวัสดุตกแต่ง เพื่อเพิ่มกิมมิค เป็นลูกเล่นในการใช้งาน ได้แก่ Case-Mate Sheer Superstar เคสประดับคริสตัลบนลายสกรีนรูปดาว 

          และ Case-Mate Rifle Paper Co. เคสลายดอกไม้ที่ตกแต่งด้วย Gold Foil และพลอยแท้ (Real Gems) ซึ่งทั้ง 2 คอลเลคชั่น แม้ว่าจะเผยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับวัสดุตกแต่งโดยตรง แต่ก็ไม่มีส่วนที่แหลมหรือคมให้เกิดการขีดข่วนระหว่างใช้งาน



Case-Mate เคสกันกระแทกที่ให้ทั้งความแข็งแรง และความสวยหรู

          เคสสวยในทุกๆ คอลเลคชั่นของแบรนด์ Case-Mate นอกจากจะโดดเด่นเรื่องความสวยงาม และมอบสัมผัสที่พรีเมี่ยมแล้ว ทางแบรนด์ยังตั้งใจออกแบบมาให้เป็นเคสกันกระแทก ด้วยการผสานวัสดุระหว่างพลาสติกเเข็ง และยาง TPU ที่แข็งแรง

          ทั้งยังเสริมมุมกันกระแทกที่มุมทั้ง 4 มุม พร้อมยกขอบบริเวณหน้าจอและเลนส์กล้องให้สูงขึ้น เพื่อลดโอกาสที่หน้าจอและเลนส์กล้องจะสัมผัสกับพื้นผิวขณะวาง

          โดยเกือบทุกคอลเลคชั่นจะผ่านมาตรฐานกันกระแทกที่ความสูง 3 เมตร ซึ่งเหนือว่ามาตรฐาน Military Standard (ความสูง 1.2 เมตร) และ 425º ให้เป็นเคสกันกระแทกที่มีความแข็งแรงระดับ Level 2 หรือระดับกันกระแทกที่วางใจได้ หมดกังวลเมื่อตกหล่นในชีวิตประจำวัน *ยกเว้น Case-Mate Tough Plus จะเป็นรุ่นที่ผ่านการ Drop Test มาที่ความสูงถึง 4.5 เมตร และ 425º ให้เป็นเคสกันกระแทก Level 3


          สำหรับใครที่มองหาเคสกันกระแทกดีไซน์สวย 425º อยากให้ชื่อของแบรนด์ Case-Mate ขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เพราะเป็นแบรนด์เคสที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจ มั่นใจได้ทั้งเรื่องมาตรฐานกันกระแทก และดีไซน์ 

          ทั้งยังมีรองรับหลากหลายรุ่น ทั้ง iPhone และ Samsung ไปจนถึงเคส AirPods ซึ่งการันตีได้ว่าจะไม่ทำให้ผู้ใช้งานผิดหวังแน่นอน