รีวิวชัด NUPHY AIR75 | แมคคานิคอลคีย์บอร์ดสุดน่ารักที่กำลังมาแรงในตอนนี้!!!

รีวิวชัด NUPHY AIR75 | แมคคานิคอลคีย์บอร์ดสุดน่ารักที่กำลังมาแรงในตอนนี้!!!
กำลังโหลด... 125 view(s)

รีวิวชัด NUPHY AIR75 | แมคคานิคอลคีย์บอร์ดสุดน่ารักที่กำลังมาแรงในตอนนี้!!!

             ในยุคที่การทำงานของใครหลายคนได้เปลี่ยนมาเป็นการ Work from home ทำให้มีการจัดหาอุปกรณ์สำหรับทำงานที่บ้านกันมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแสจัดโต๊ะคอมขึ้นมา และหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคีย์บอร์ด


             โดยประเภทคีย์บอร์ดที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ Mechanical Keyboard สำหรับใครที่เป็นสายเกมเมอร์ก็คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วกับคีย์บอร์ดประเภทนี้ ซึ่ง NuPhy Air75 ก็ถือเป็นหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากๆ เพราะการออกแบบที่มีความโดดเด่น ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ในราคาที่สามารถจับต้องได้ อีกทั้งตัวคีย์บอร์ดเองก็สามารถปรับแต่งให้เข้ากับผู้ใช้งานได้อีกด้วย เรียกได้ว่าถูกใจทั้งสายทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน


 


 

การดีไซน์สุด Unique


             สำหรับการดีไซน์ของ คีย์บอร์ด NuPhy Air 7 รุ่นนี้ บอกเลยว่าน่ารักมากๆ มีโทนสีที่โดดเด่น ทั้งสีเขียว Turquoise สีส้ม สีเหลือง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ NuPhy 


             ตัดกับกรอบอลูมิเนียมสีเทาแบบด้าน รวมกันแล้วดูลงตัวสุดๆ ทำให้คีย์บอร์ด NuPhy Air75 จัดว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยเพิ่มความสนุกในการตกแต่งโต๊ะคอมได้มากขึ้น หากเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่มักจะเน้นดีไซน์ไปในโทนสีเข้มๆ


             ทั้งยังมาในขนาดกระทัดรัด ไม่ใหญ่ และไม่เล็กจนเกินไป เมื่อเทียบกับคีย์บอร์ดไซซ์ทั่วไป เมื่อวางบนโต๊ะจึงไม่รู้สึกอึดอัด และมีพื้นที่เหลือให้วางเมาส์ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้


 


 

สเปคที่ให้มาแบบจัดเต็ม


             เรื่องสเปคของ NuPhy Air75 รุ่นนี้จะเป็น Mechanical Keyboard แบบ Low Profile ที่มี Layout แบบ 75% หรือ TKL (Ten Keyless) ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมกันมากที่สุดในกลุ่มคนเล่นคีย์บอร์ด เนื่องจากเป็นไซซ์ที่กำลังพอดี 

 

             มาพร้อมกับปุ่มกดทั้งหมด 84 ปุ่ม โดยจะตัดปุ่ม Numpad ออก แต่ยังมีปุ่มฟังก์ชั่น F1 ถึง F12 ซึ่งถือว่าก็เพียงพอต่อการใช้งาน


 

               วัสดุเฟรมด้านหน้าทำจาก Aluminium ส่วนบริเวณฐานด้านล่างเป็นพลาสติก ABS สีชาแบบใส มีการเก็บรายละเอียดงานประกอบได้ดีมากๆ และถ้าเทียบกับคีย์บอร์ดแบบ Low Profile ด้วยกัน รุ่นนี้ถือว่าบางมากๆ โดยส่วนที่บางที่สุดจะอยู่ที่ 1.6 ซม. และน้ำหนักจะอยู่ที่ 523 กรัม


               ด้านล่างมีการออกแบบขาตั้งคีย์บอร์ดแบบ AirFeet ให้สามารถตั้งทับบนคีย์บอร์ดของ Laptop หรือ Macbook ได้ เพื่อรองรับการใช้งานแทนแป้นพิมพ์ของ Laptop หรือ Macbook ยกเว้น Macbook รุ่น 16 นิ้วเนื่องจากฐานของคีย์บอร์ดจะชนปุ่มบริเวณแป้มพิมพ์ ต้องเสริมฐาน Magnet Foot ถึงจะวางได้แบบไม่โดนปุ่ม

 


               ในส่วน Keycab หรือปุ่มต่างๆ ของรุ่นนี้จะใช้วัสดุที่ทำมาจากพลาสติก PBT แบบ Ultra-Thin บางเพียง 4.6 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าเปรียบเทียบจากคีย์บอร์ดแบบ Low-profile ที่เป็นสวิตซ์แบบ Hot-Swapper รุ่นอื่นๆ Nuphy Air75 จะถือว่าบางที่สุดในโลก


               ทั้งยังใช้การลงสีแบบ Dye-Sublimation ทำให้สีบน Keycab ติดทนนาน และทนความร้อนได้สูง  ใช้งานไปนานๆ ตัวหนังสือจะไม่ลอกหลุดหายเหมือน ABS ซึ่งถ้าเป็นคีย์บอร์ดทั่วไปถ้าสังเกตจะเห็นเป็นลักษณะเงาๆ บนปุ่มที่ใช้งานบ่อย แต่ด้วยวัสดุและเทคนิคการลงสีจะทำให้ Keycab ของรุ่นนี้ไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน


               ทางแบรนด์ยังออกแบบคีย์แคปของรุ่นนี้ให้เป็นแบบ Travel Distance ที่ระยะห่างระหว่างปุ่มจะน้อยมากๆ ทำให้ปุ่มอยู่ชิดกัน สามารถกวาดมือได้ง่าย ช่วยให้พิมพ์สะดวกและพิมพ์ได้ไว

 


             นอกจากนี้ NuPhy Air75  ยังมีไฮไลท์สำคัญคือดีไซน์ไฟ Sidelight ที่บริเวณมุมบนของทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา สำหรับแสดงสถานะแบตเตอรี่ของคีย์บอร์ด ซึ่งทางแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ของ Macbook รุ่นแรก

 

             โดยเราสามารถกดปุ่ม Fn พร้อมกับปุ่ม Backslash เพื่อโชว์ไฟสถานะที่มุมบนด้านขวา ซึ่งจะแสดงผลตามปริมาณแบตเตอรี่


             ถ้าขึ้นสีเขียวแสดงว่ามีแบตเตอรี่อยู่มากกว่า 80% / สีส้ม 20%-80% / สีแดงน้อยกว่า 20% รวมถึงบอกสถานะของอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ และโชว์ไฟ RGB แบบไล่สีได้


             ซึ่งแบตเตอรี่ของรุ่นนี้จะมีปริมาณความจุอยู่ที่ 2500 mAh สามารถใช้งานแบบเปิดไฟ RGB ได้เต็มที่ 48 ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างเพียงพอต่อการใช้งาน หากชาร์จไว้เต็มแล้วพกไปทำงานข้างนอก ก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวๆ ถึง 2 วันโดยไม่ต้องกลัวแบตหมดเลย

 


 


สวิตซ์ระดับโลกจากแบรนด์ Gataron


             สวิตช์ของ NuPhy จะเป็นช้ Machanical Switch จากแบรนด์ Gataron แบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยเลือกใช้เป็น Machanical Switch แบบขา 3 pin ที่จะเด่นเรื่องความทนทานของปุ่ม โดยสามารถรองรับการกดใช้งานได้มากถึง 50 ล้านครั้ง/ปุ่ม 


             นอกจากนี้ Machanical Switch ของรุ่นนี้ยังมีฟังก์ชั่น Hotswap หรือการถอดและเปลี่ยนสวิตช์ที่ผู้ใช้งานสามารถทำเองได้ โดยไม่ต้องบัดกรีแผงวงจร 


             ในเรื่องการ Stabilizer ของคีย์บอร์ด จะมีการ Pre lubed หรือการใช้สารหล่อลื่นประเภทน้ำมัน จาระบี ทาลงไปในชิ้นส่วนของสวิตช์ เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วน ทำให้กดได้อย่างนุ่มนวล ไม่มีเสียงก๊อกแก๊กให้รู้สึกขัดใจ


             ซึ่ง NuPhy Air 75 รุ่นนี้ มาพร้อมกับสวิตซ์ให้เลือกใช้กันทั้งหมด 3 สี คือ Red switch, Brown switch, และ Blue switch



              โดย Blue Switch เป็น Key Switch ประเภท Clicky สองจังหวะ มีแรงต้านนิ้วมากหน่อย จุดเด่นคือกดสนุก กดได้เพลินด้วยจังหวะการดีดขึ้น-ลงของปุ่มที่จะคล้ายเครื่องพิมพ์ดีด ใครที่เป็นสายเล่นเกม หรือชอบพิมพ์งานแบบมันส์ๆ ต้องถูกใจมากแน่นอน



              ส่วนใครที่ชอบ Feeling การกดแบบเงียบๆ ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนคนข้างๆ Red Switch ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี เป็น Key Switch ประเภท Linear แรงกดจังหวะเดียว เหมาะสำหรับคนที่ชอบปุ่มกดน้ำหนักเบา หรือคุ้นชินกับปุ่มที่ไม่อาศัยน้ำหนักในการกด



              แต่ถ้าใครที่ชอบทางสายกลาง ไม่เงียบ แต่ก็ไม่ดังมาก ยังให้ความสนุกในการพิมพ์อยู่ แนะนำ Brown Switch ซึ่งเป็น Key Switch ประเภท Tactile แรงกดสองจังหวะ ถูกออกแบบมาให้อยู่กึ่งกลางระหว่าง Linear ที่เป็น Red Switch กับ Clicky ของ Blue Switch

 


 

โหมดไฟ Blacklight สุดน่ารักมากถึง 21 รูปแบบ เอาใจสาวก RGB


             มาถึงส่วนที่ถูกใจสายคีย์บอร์ดมากๆ นั่นก็คือไฟ RGB เป็นไฟ Blacklight  21 รูปแบบ และเป็นแบบ North-Facing โดยรุ่นนี้จะไม่มีไฟลอดออกมาจากตัว Keycab ทำให้ไฟ LED ไม่แยงสายตาระหว่างใช้งาน ซึ่งจากการใช้งานจริง การออกแบบไฟในลักษณะนี้ ทำให้ใช้งานได้สบายตา ไม่มีแสงรบกวนสายตาหากใช้งานในที่มืด 


             แต่ในอีกมุมนึงหากอยู่ในห้องที่มืดมากๆ การมองเห็นตัวอักษรบนแป้นจะลดน้อยลง ถ้าใครที่สามารถพิมพ์งาน หรือใช้งานแบบไม่ต้องมองคีย์บอร์ดได้ ไฟที่ไม่ลอด Keycab แบบนี้จะไม่มีผลต่อการใช้งาน แถมยังมีข้อดีตรงที่ไฟจะไม่แยงตาสายด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้งาน


 


 

เชื่อมต่อได้สูงสุดถึง 4 อุปกรณ์


             การเชื่อมต่อ NuPhy Air 75 สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบเสียบสาย และแบบไร้สาย โดยจะรองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบ Wireless 2.4 ghz ผ่าน USB Receiver และการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Blutooth 5.0 


             ความพิเศษคือสามารถเชื่อมต่อได้พร้อมกันถึง 4 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรือ Laptop ก็สามารถใช้งานได้อย่างสบายๆ สลับ Profile หรือแต่ละอุปกรณ์ได้ง่ายๆ ผ่านการกด Fn พร้อมกับ เลข 1 ถึง 4 บนคีย์บอร์ดได้เลย แบ่งเป็น Bluetooth ที่เลข 1, 2 และ 3 ส่วน Wireless USB จะอยู่ที่เลข 4

 


             ซึ่งการเชื่อมต่อแต่ละแบบจะมีไฟสำหรับแสดงสถานะขึ้นที่มุมบนซ้ายมือ อย่างสีเหลือง จะเป็นการเชื่อมต่อแบบสาย Wired. / สีฟ้า คือการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth / และสีเขียว คือเชื่อมต่อแบบ Wireless USB Reciver 2.4 ghz 


             สำหรับการใช้งานของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ ค่อนข้างใช้งานได้ง่ายมากๆ โดยในระหว่างที่ใช้งานกับอุปกรณ์ MacOS อยู่ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้กับเครื่องที่เป็น Window ได้ แค่ปรับสวิตซ์บริเวณด้านข้างของคีย์บอร์ด ฟังก์ชั่นต่างๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นรองรับระบบ Window ได้ทันที

 

             โดยไฟสำหรับสถานะการใช้งานกับ MacOS จะเป็นสีชมพู ส่วน Windows จะเป็นสีน้ำเงิน หรือจะเปลี่ยนการเชื่อมต่อจาก Wireless ไปใช้แบบเสียบสาย จะเชื่อมต่อแบบ Blutooth ก็สามารถปรับที่สวิตซ์ได้เช่นเดียวกัน


 

             สำหรับ NuPhy Air 75 แมคคานิคอลคีย์บอร์ดจากแบรนด์ NuPhy ถือว่าเป็นรุ่นที่มีครบทั้งฟังก์ชัน และการดีไซน์ จึงเป็นได้ทั้งคีย์บอร์ดสำหรับใช้งาน และคีย์บอร์ดสำหรับตกแต่งให้โต๊ะคอมฯ ดูมีสีสันมากขึ้นได้ในตัวเดียว 


             ซึ่งจากการใช้งานจริง รุ่นนี้ถือว่าเป็นแมคคานิคอลคีย์บอร์ดที่ตอบสนองได้ดี ทั้งพิมพ์งาน เล่นเกม ไม่พบความหน่วงหรือ Delay ระหว่างใช้งาน จึงอยากแนะนำใครก็ตามที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดไว้ทำงานและเล่นเกมในตัวเดียว รุ่นนี้จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีมากๆ อีกรุ่น 

 

             ด้วยราคาค่าตัวที่ 4,390 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ และยังสามารถหาซื้อ NuFolio V2 เคสสำหรับใส่พกพาคีย์บอร์ดไปทำงานนอกบ้าน ทั้งยังปรับเป็นฐานตั้งวาง iPad iPhone ได้อีกด้วย โดยขณะนี้จะยังมีแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษเท่านั้น ใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อกันได้เลยที่ www.425degree.com