Edifier NeoBuds Pro VS FiiL CC Pro 2 เทียบทุกเม็ด ตัวไหนดี ?

Edifier NeoBuds Pro VS FiiL CC Pro 2 เทียบทุกเม็ด ตัวไหนดี ?
16 กุมภาพันธ์ 2023 4457 ผู้เข้าชม
Edifier NeoBuds Pro VS FiiL CC Pro 2 เทียบทุกเม็ด ตัวไหนดี ?

 

          หลังจากการมาของ FiiL CC Pro 2 ก็มีกระแสจากทางกลุ่มนักเล่นหูฟังไร้สายใน social network มากมาย แต่ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงและน่าสนใจมากเลยนั่นคือ ระหว่าง Edifier NeoBuds Pro กับ FiiL CC Pro 2 ตัวไหนดีกว่า ? ก็เลยขอถือโอกาสนี้มารีวิวเปรียบเทียบหูฟังทั้งสองตัวนี้ในมุมมองการใช้งานจริงส่วนตัวของแอดมินให้เพื่อนๆที่สนใจประเด็นนี้ได้อ่านประกอบการตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันที่..

 

ดีไซน์ (Design)

          ดีไซน์ของ Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มกันที่ Edifier NeoBuds Pro จะมีดีไซน์ที่ออกไปทางคลาสสิคปนๆกับความลํ้าสมัย เคสชาร์จมีไฟ LED เส้นยาวๆวิ่งไปมาหน้ากล่องชาร์จที่เป็นภาพจำสุด iconic ของใครหลายคนไปแล้ว ตัวเคสชาร์จของ Edifier NeoBuds Pro จะมาในรูปแบบ closed-design หรือดีไซน์แบบปิด ที่เป็นกล่องฝาพับเปิด-ปิด ส่วนหน้าตาหูฟังของมัน มาในทรงมีก้านที่ดีไซน์คล้ายปีกเครื่องบิน (หรือเปล่า?) ที่มีความโค้งมนโฉบเฉี่ยว เรียบง่าย แต่ดูมีระดับดีครับ

 

          ซึ่งจะคนละสไตล์กับ FiiL CC Pro 2 ที่หน้าตาเคสชาร์จเป็นแบบถาด open-design หรือดีไซน์แบบเปิด ไม่มีฝาพับเปิดปิด ส่วนหน้าตาหูฟังก็จะมาในทรงมีก้านเหมือนกัน แต่ก้านของมันจะเป็นก้านที่มีความเหลี่ยมๆ ซึ่งก้านหูฟังของมันก็จะมีความยาวกว่าก้านของหูฟัง Edifier NeoBuds Pro เล็กน้อยครับ

 

          ต้องขอชมดีไซน์ของ FiiL CC Pro 2 ที่ออกแบบมาดูเท่อย่างไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ นอกจากความเท่แล้ว ด้วยดีไซน์ของมันยังทำให้หยิบหูฟังออกจากเคสชาร์จได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เพียงแค่ใช้นิ้วโป้งสไลด์ก้านหูฟังที่อยู่ตรงกลางเคสชาร์จขึ้น เท่านี้หูฟังก็พร้อมที่จะหยิบขึ้นไปใส่ที่หูได้แล้ว ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างกับ Edifier NeoBuds Pro ที่อาจจะต้องเปิดฝาก่อน ถึงจะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ได้

 

          แต่ดีไซน์ของ FiiL CC Pro 2 มีจุดสังเกตใหญ่ๆที่ต้องพิจารณาให้ดี อย่างที่ผมได้บอกไปว่า ดีไซน์ของ FiiL CC Pro 2 เป็นแบบถาดเปิด open-design ซึ่งจะไม่มีฝาผับหรือส่วนอื่นๆมาปิดเหมือน Edifier NeoBuds Pro นั่นหมายความว่า ขณะเราใส่หูฟัง FiiL CC Pro 2 อยู่ เคสชาร์จของมันจะโบ๋ไร้สิ่งปกปิด และเวลาเราเก็บเคสชาร์จไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายต่างๆ ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่ในกระเป๋าที่ทั้งมองเห็นและมองไม่เห็น จะเข้าไปเกาะสะสมในเคสชาร์จของมันได้อย่างง่ายดาย จุดที่บอบบางที่สุดของเคสชาร์จหูฟังไร้สายคือ “ขาทองแดงที่ใช้ชาร์จกับขั้วหูฟัง” ซึ่งถ้าส่วนนี้สกปรกจนเสียหาย นั่นหมายความว่า เราจะไม่สามารถชาร์จหูฟังได้อีกต่อไป

 

          ถึงแม้ FiiL CC Pro 2 จะมีเคสเสริมให้เลือกซื้อหามาใส่ก็ตาม แต่ก็ยังป้องกันได้ไม่ดีเท่าดีไซน์แบบปิดมีฝาพับอย่าง Edifier NeoBuds Pro ที่ฝาพับของมันปกปิดแน่นสนิทมากกว่าโดยที่ไม่จำเป็นต้องหาเคสเสริมมาใส่ให้ลำบาก (หรือจะหามาใส่ด้วยก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก) ซึ่งหากใครสนใจ FiiL CC Pro 2 แอดมินอยากให้ระวังจุดนี้เอาไว้ เพราะท่านต้องลงแรงดูแลมันให้ดีมากพอสมควรเวลาจัดเก็บครับ

สรุปส่วนของดีไซน์ (Design)

  • “เน้นเท่แต่ยอมดูแลมันได้ ไป FiiL CC Pro 2”
  • “ชอบดีไซน์ลํ้าๆ ใช้งานได้ชิลๆไม่ต้องระวังฝุ่นหรือสิ่งสกปรก Edifier NeoBuds Pro ดีกว่า”

 

 

การเชื่อมต่อ (Connectivity)

          FiiL CC Pro 2 เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.3 ส่วน Edifier NeoBuds Pro จะเชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 ถ้าว่ากันตามสเปค FiiL CC Pro 2 ให้สัญญาณที่สเถียรกว่า เพราะเวอร์ชั่น Bluetooth ใหม่กว่า (แต่ก็อยู่ที่โทรศัพท์เราด้วยนะ ถ้าโทรศัพท์รับแค่ 5.0 หูฟังมันก็จะวิ่งได้แค่สเปก 5.0) แต่ถ้าว่ากันตามการใช้งานจริง ส่วนตัวแอดมินให้สเถียรพอๆกันนะ เพราะหากใช้งานในที่คลื่นสัญญาณไร้สายเยอะๆ ทั้งสองตัวก็อาจจะมีกระตุกนิดๆหน่อยๆบ้าง แต่มันเป็นปกติของหูฟังไร้สาย true wireless ที่ชาวหูฟังเข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้งานในสถานที่ปกติ ทั้ง FiiL CC Pro 2 และ Edifier NeoBuds Pro แทบจะสเถียรไม่ต่างกันเลยครับ

 

          ทั้งสองตัวรองรับ LDAC ที่หากใครใช้โทรศัพท์ Android ที่รองรับ codec ตัวนี้ ท่านจะสามารถฟังเพลงที่มีความละเอียดสูงๆแบบไร้สายได้เช่น ไฟล์เพลง FLAC หรือแอปสตรีมมิ่งเทพๆอย่าง Tidal ซึ่งหากใครอยากไปสุดเรื่องคุณภาพเสียง ให้ความสำคัญกับ source หรือต้นทางของเพลง ทั้งคู่ก็ตอบโจทย์ท่านเหมือนกัน

 

          หูฟังไร้สายทั้งสองตัวมีวิธีการกดเชื่อมต่อ pairing ที่แตกต่างกัน Edifier NeoBuds Pro จะใช้วิธีการเปิดฝากล่องชาร์จก่อน จากนั้นกดปุ่มกล่องชาร์จค้างไว้จนไฟ LED หน้ากล่องชาร์จวิ่งไปมา หลังจากนั้นก็เปิด Bluetooth ที่อุปกรณ์แล้วแตะเชื่อมต่อ Edifier NeoBuds Pro ได้เลย

          ส่วน FiiL CC Pro 2 จะใช้วิธีการหยิบหูฟังทั้งสองข้างออกจากเคสชาร์จก่อน จากนั้นแตะที่ก้านของหูฟังค้างไว้จนไฟหูฟังกระพริบสีนํ้าเงินอย่างต่อเนื่อง เสร็จแล้วเปิด Bluetooth แล้วแตะเชื่อมต่อ FiiL CC Pro 2 ได้เลย

 

          ส่วนตัวแอดมินแล้ว หากตัดเรื่อง “การเชื่อมต่อครั้งแรก” ที่แกะกล่องปุ๊ป หูฟังจะเข้าโหมด pairing อัตโนมัติไป แต่นับเฉพาะการกดเข้าโหมด pairing แอดมินชอบวิธีกดปุ่มกล่องชาร์จเชื่อมต่อของ Edifier NeoBuds Pro มากกว่า FiiL CC Pro 2 เพราะมันง่ายกว่าครับ เพียงใช้มือเดียว นิ้วเดียว กดปุ่มกล่องชาร์จค้างไว้ ก็เข้าโหมด pairing ได้เลย

 

          ต่างกับ FiiL CC Pro 2 ที่เวลาเราต้องการเข้าโหมด pairing เราอาจต้องหยิบหูฟังทั้งสองข้าง และใช้สองมือสองนิ้ว แตะค้างหูฟังทั้งสองข้างเพื่อเข้าโหมด pairing แต่ว่า.. จุดที่ FiiL CC Pro 2 ได้เปรียบ Edifier NeoBuds Pro มากเลยนั่นคือมันมีระบบ “เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน” ซึ่งจะตอบโจทย์มากกับผู้ที่ชอบเชื่อมทั้งคอมและมือถือพร้อมๆกัน สลับใช้งานได้แบบไม่ต้องต่อใหม่เหมือน Edifier NeoBuds Pro ครับ

สรุปส่วนการเชื่อมต่อ (Connectivity)

  • “สัญญาณการเชื่อมต่อสเถียรพอๆกัน ใช้จริงไม่เห็นความต่าง”
  • “ทั้งสองตัวรองรับ LDAC ฟังเพลงไฟล์โหดๆได้ดีทั้งคู่”
  • “FiiL CC Pro 2 ดีกว่าที่มีระบบเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน”

 

 

การสวมใส่ (Fitting)

          สำหรับแอดมิน เลือกใช้จุกไซส์ M ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 ครับ ต้องบอกเลยว่าทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 เป็นหูฟังไร้สาย true wireless ทรง in-ear ที่ใส่สบายทั้งคู่ เพราะทั้งคู่เป็นหูฟังทรง in-ear ที่ท่อเสียงไม่ล้วงเข้าไปในหูมากจนรู้สึกอึดอัด ทำให้เวลาสวมใส่มันยังมีอากาศถ่ายเทในช่องหูได้อยู่บ้าง

 

          แต่จุดนี้ FILL CC Pro 2 แอบมีลูกเล่นครับ นั่นคือ FIIL CC Pro 2 มีเซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ ทำให้ผู้ที่อยากถอดหูฟังแล้วให้เพลงมันหยุดอัตโนมัติอาจจะถูกใจกับ FIIL CC Pro 2 กันครับ ซึ่งก็จะแตกต่างกับ Edifier NeoBuds Pro ที่ไม่มีเซนเซอร์ตรงนี้มาให้ ส่วนตัวแอดมินไม่ได้มายด์มาก มีหรือไม่มีก็ได้ ฮ่าๆ

สรุปในส่วนของการสวมใส่

  • FIIL CC Pro 2 มีเซนเซอร์ถอดหูฟังเพลงหยุด แต่ Edifier NeoBuds Pro ไม่มี
  • ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 ใส่สบายแม้ใส่เป็นระยะเวลานานๆ ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 สวมใส่กระชับดีทั้งคู่ ใส่วิ่งออกกำลังกายก็ไม่รู้สึกว่าหูฟังจะหลุดครับ

 

 

การควบคุมฟังก์ชั่น (Control)

          ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FiiL CC Pro 2 ใช้การควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆด้วยวิธีการ ‘'​สัมผัสที่ก้านหูฟัง” แต่จากการใช้งานจริงของแอดมินแล้ว ตัวที่รู้สึกลงตัวที่สุดคือ Edifier NeoBuds Pro ครับ เหตุผลคือ แม้ Edifier NeoBuds Pro จะเป็นระบบสัมผัส แต่มันเป็นการสัมผัสแบบ “เคาะ” (tap control) นั่นหมายความว่า การแตะสัมผัสเบาๆ หูฟังจะไม่ตอบสนองครับ แต่ต้องใช้วิธีเคาะก้านหูฟังถึงจะตอบสนอง ทำให้เวลาเราจับปรับความกระชับขณะหูฟังอยู่ในหู “มัน ไม่ ลั่น ครับ”

 

          ต่างกับ FiiL CC Pro 2 ที่แอดมินเจอลั่นบ่อยมาก จับบางที อ่าว เพลงหยุด จับอีกที อ่าว เพิ่มเสียงให้ซะงั้น หากขณะท่านใส่ FIIL CC PRO 2 ฟังเพลงอย่างเพลิดเพลินแล้วต้องการจับหูฟังเพื่อปรับความกระชับ อาจต้องจับระวังนิดนึงครับ

สรุปส่วนของการควบคุม (Control)

  • "Edifier NeoBuds Pro ดีกว่า เพราะระบบสัมผัสไม่ลั่นง่าย หยิบจับปรับความกระชับหูฟังได้สะดวกกว่า FiiL CC Pro 2 ที่จับบางครั้ง ระบบสัมผัสอาจลั่นได้"

 

 

โหมดตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling

          สำหรับโหมดตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling หรือโหมดที่ช่วยตัดเสียงรอบข้างขณะเราใส่หูฟังฟังเพลงนั้น ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ก็มีโหมดนี้ แต่ลูกเล่นจะแตกต่างกันไป

 

          Edifier NeoBuds Pro จะมีอยู่ด้วยกัน 3 โหมด High-Noise cancellation ที่จะเป็นการ “เน้น” ตัดเสียงรบกวนย่านความถี่สูงๆเช่น เสียงมอเตอร์ไซค์ เสียงบีบแตรรถ และโหมด Low-Noise cancellation ที่จะเป็นการ “เน้น” ตัดเสียงรบกวนย่านความถี่ตํ่าเช่น เสียงฮัม เสียงเครื่องยนต์รถ เสียงเครื่องบิน และมีโหมดดูดเสียงหรือ ambient sound โหมด ที่ปรับเพิ่ม-ลดความกว้างการรับเสียงเข้าไปในหูฟังได้ 3 ระดับด้วยกัน

 

          แตกต่างกับ FIIL CC Pro 2 เล็กน้อย ที่จะมีโหมดตัดเสียงรอบข้าง Active Noise Cancelling เพียงโหมดเดียว แต่จะมีโหมดดูดเสียงภายนอก 3 แบบ ได้แก่โหมด Open-Mode ที่จะรับเสียงรอบตัวทุกอย่างให้เราได้ยินผ่านหูฟัง อันที่สองคือโหมด Windy Mode หรือโหมดตัดเสียงรบกวนแบบกันเสียงลมได้ และ Monitor Mode หรือโหมดดูดเสียงที่จะโฟกัสที่เสียงคนพูด

 

          ในส่วนของโหมดดูดเสียงรอบข้างหรือ Ambient Sound ทำได้ดีทั้งคู่ ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 รับเสียงรอบตัวเข้ามาให้ได้ยินได้อย่างคมชัดและฟังดูใกล้เคียงธรรมชาติ แต่ FIIL CC Pro 2 จะได้ลูกเล่นมากกว่าหน่อยคือมันมี Windy Mode ที่ตัดเสียงลมได้จริง ใช้ใส่ในที่ที่มีลมไหลเวียนได้ดี ซึ่งโหมดนี้ Edifier NeoBuds Pro จะไม่มีโหมดนี้มาให้ แต่จะมีในรุ่น Edifier NeoBuds S แทน ส่วนโหมด Open-Mode และ Monitor Mode ก็ให้เสียงที่ฟังแล้วไม่รู้สึกแตกต่างกันขนาดนั้น

 

          พอมาในเรื่องของโหมดตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling นั้น จากการทดสอบ ต้องขอบอกว่า Edifier NeoBuds Pro มีโหมด active noise cancelling ที่เงียบกว่า FIIL CC PRO 2 ในระดับที่กินขาดมาก เสียงรอบตัวเช่น เสียงแอร์หรือเสียงพัดลม และเสียงบรรยากาศหายวั๊บเกือบหมด ต่างจาก FIIL CC pro 2 ที่โหมดตัดเสียงรบกวน ANC ก็ทำได้ดี แต่จากความรู้สึกแล้ว เปิดกับไม่เปิดต่างกันไม่เยอะมากนัก แต่ก็เงียบในระดับที่ใช้งานได้ครับ

สรุปส่วนของโหมดตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling

  • “โหมดดูดเสียงรอบข้าง Ambient Sound ใช้งานได้ดีพอๆกัน.
  • “โหมดตัดเสียงรอบข้าง Active Noise Cancelling เจ้า Edifier NeoBuds Pro ตัดได้เงียบกว่า FIIL CC Pro 2 กว่ามากครับ”

 

 

ไมค์คุยโทรศัพท์ (Calls Quality)

          FIIL CC Pro 2 ติดไมค์คุยโทรศัพท์มา 4 ตัวแบ่งเป็นข้างละ 2 ตัว ส่วน Edifier NeoBuds Pro ติดไมค์มา 6 ตัว แบ่งเป็นข้างละ 3 ไมค์ ทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 เป็นหูฟังไร้สาย true wireless ที่คุยชัดทั้งคู่ครับ

 

          แต่ถ้าถามว่า ตัวไหนคุยชัดกว่า จากการทดสอบของแอดมินแล้ว ขอยกให้ Edifier NeoBuds Pro ครับ เพราะมันให้เสียงพูดที่ฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า ดังกว่า เนื้อเสียงพูดไม่บี้แบนเหมือน FIIL Pro 2 และการตัดเสียงรบกวน Edifier NeoBuds Pro ก็สามารถตัดได้หมดจดกว่า ทำให้ปลายสายฟังเสียงพูดเราได้ถนัดกว่า และที่สำคัญเสียงหล่อกับปลายสายได้มากกว่าครับ (ฮ่าๆ)

สรุปส่วนของไมค์คุยโทรศัพท์ (Calls Quality)

  • “Edifier NeoBuds Pro คุยโทรศัพท์เสียงชัดมีนํ้ามีนวลมากกว่า FIIL CC Pro 2 และตัดเสียงรบกวนขณะคุยโทรศัพท์ได้หมดจดกว่าครับ”

 

การดูหนังและการเล่นเกม (Movies & Gaming)

          แน่นอนว่าทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 มี Game Mode มาเพื่อลดความหน่วง (latency) ขณะใช้งานเล่นเกมครับ

 

          สำหรับการใช้ดูหนัง ก็ต้องบอกว่าทำได้ดีพอๆกัน ไม่ดีเลย์ และให้เสียงเบสที่กระหึ่มทั้งคู่ แต่สไตล์มิติเสียงตอนดูหนังตอบโจทย์รสนิยมต่างกันนะครับ FIIL CC Pro 2 จะให้อารมณ์กระชับ ส่วน Edifier NeoBuds Pro จะให้อารมณ์โปร่งกว้างครับ

 

          ส่วนของการใช้เล่นเกม เท่าที่แอดมินทดสอบเล่นพวกเกม FPS เช่น PUBG, APEX Legend และ Call of Duty Mobile ค่อนข้างบอกยากครับ เพราะทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ใช้เล่นเกมได้แทบจะไม่รู้สึกดีเลย์ทั้งคู่ ต้องคนหูตาไวจริงๆถึงจะมองความต่างออกได้ แต่สำหรับแอดมินมองไม่ออกเลย เล่นดีทั้งคู่เลยครับ

สรุปส่วนของการใช้ดูหนังและเล่นเกม (Movie & Gaming)

  • “ดูหนังดีทั้งคู่ มิติเสียงคนละสไตล์ ชอบกระชับแน่นๆแนะนำ FIIL CC Pro 2 ถ้าชอบแนวโปร่งๆ แนะนำ Edifier NeoBuds Pro”

 

แอปพลิเคชัน (Application)

          ในส่วนของแอปพลิเคชันสำหรับใช้ร่วมกับหูฟังทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ต่างรองรับและใช้ดีทั้งคู่

 

          ฟีเจอร์แอปพลิเคชั้นของ FIIL CC Pro 2 นั้นมีรายละเอียดบอกค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ไม่ว่าจะโชว์แบตเตอรี่คงเหลือหูฟังแต่ละข้างและเคสชาร์จ ปรับสลับปุ่มตัดเสียงรบกวนแต่ละข้าง และในส่วนของการปรับ EQ เสียงต่างๆ ไม่วา่จะทั้งแบบที่ทาง FIIL เค้าปรับมาให้ กับแบบที่เราสามารถปรับเองได้ โดยที่ EQ เสียงจะมาทั้งหมด 9-band ครับ

 

          ในภาพรวมแล้วก็จะมีความคล้ายคลึงกับฟีเจอร์ในแอปพลิเคชันของ Edifier NeoBuds Pro ครับ ที่หน้าแรกก็จะเป็นหน้าโชว์แบตเตอรี่คงเหลือทั้งหูฟังแต่ละข้าง และกล่องชาร์จ มีโหมดตัดเสียงรบกวนต่างๆให้เลือกปรับใช้งานในหน้าแอปพลิเคชัน และมีในส่วนของการปรับ EQ เสียงต่างๆ มีทั้งแบบที่ Edifier เค้าทำมาให้เลือกใช้ กับแบบปรับ manual เอง ซึ่งเป็น EQ แบบ 4-band ครับ

 

          แต่เมื่อเปรียบเทียบ application ของทั้ง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 แล้ว.. UI หน้าแอปของ FIIL CC Pro 2 อาจจะดูรกไปสักนิดนึง คิดว่าจะต้องใช้ไปเรื่อยๆน่าจะชิน สำหรับมือใหม่มาเจอ UI หน้าแอปของ FIIL CC Pro 2 อาจจะกลัวมันนิดๆ หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือมันไม่ค่อยเฟรนลี่กับผู้ใช้งานทั่วไปสักหน่อย อีกหนึ่งจุดที่บัคตัวแอดมินเลยคือ “แอปของ FIIL CC Pro 2 ไม่มีฟังชั่นให้ปรับเปลี่ยนคำสั่งหูฟัง” หรือ Tap setting มีเพียงแต่ให้ปรับโหมด ANC กับโหมดดูดเสียง ที่หูฟังข้างซ้ายและข้างขวาเท่านั้น ไม่สามารถตั้งค่าปุ่มเล่นเพลง-หยุดเพลง, เพิ่มเสียง-ลดเสียง ให้ตรงตามความถนัดต่อการใช้งานได้

 

 

          ซึ่งต่างจาก UI หน้าแอปพลิเคชันของ Edifier NeoBuds Pro ที่ดูเรียบง่าย ใช้งานง่าย มีความเฟรนลี่กว่า และในแอปของ Edifier NeoBuds Pro สามารถปรับเปลี่ยนคำสั่งบนหูฟังได้ตามต้องการในส่วนของ tap setting ครับ

 

 

          อ่อ ! และระบบการจูน EQ ก็ต่างกัน ส่วนตัวแอดมินมองว่าถึงแม้ EQ ของ Edifier NeoBuds Pro จะมีเพียง 4-band ซึ่งน้อยกว่า EQ ของ FIIL CC Pro 2 ที่มีถึง 9-band แต่ระบบ EQ ของ Edifier NeoBuds Pro มันละเอียดและแม่นยำกว่ามากจนไม่ต้องใช้หลาย band ก็ได้เสียงที่ถูกใจได้ง่ายกว่า เพราะเราสามารถเลือกใส่ตัวเลขย่านความถี่ Frequncy ของแต่ละ band ที่เราต้องการปรับได้ตามต้องการ ทำให้เวลาเราต้องการ boost หรือ cut gain EQ มันแม่นกับช่วงความถี่ที่เราต้องการปรับมากกว่า ต่างกับ EQ ของ FIIL CC Pro 2 ที่เค้าจะล็อคช่วงความถี่เสียงของแต่ละ band มาให้ ซึ่งถ้าเราต้องการปรับย่านเสียงต้องการที่ไม่มีใน EQ band เราก็จำเป็นต้องเลือก Band ที่ย่านใกล้เคียงกับที่เราต้องการปรับที่สุด ซึ่งอาจจะไม่โป๊ะเช๊ะมากนักครับ

 

          ในภาพรวมแล้ว application ของ Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ก็ใช้งานได้ดีทั้งคู่ แต่เรื่องฟีเจอร์การปรับแต่งในแอปนั้น Edifier NeoBuds Pro จะปรับแต่งได้ตรงตามความต้องการของคนทั่วไปได้มากกว่าครับ

สรุปส่วนของแอปพลิเคชัน (Application)

  • “UI หน้าแอปของ Edifier NeoBuds Pro ดูเรียบง่ายกว่า ปรับแต่งได้เยอะและตรงกับความต้องการได้มากกว่าแอปของ FIIL CC Pro 2”
  • “ระบบปรับ EQ ของ Edifier NeoBuds Pro ถึงแม้จะมี band ที่ปรับย่านน้อยกว่า FIIL CC Pro 2 แต่ปรับได้แม่นยำกว่า เพราะเลือกย่านความถี่เสียงที่ต้องการปรับได้”

 

 

คุณภาพเสียง (Sound Quality)

          หากเราพูดถึงคำว่า “โทนเสียง” อันนี้จะไม่มีคำว่าอันไหนดีกว่าครับ เพราะเรื่องของโทนเสียงหรือแนวเสียงเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลครับ แต่หากเราว่ากันถึงคำว่า “คุณภาพเสียง” อันนี้ เราสามารถกเถียงกันได้ว่าตัวไหนเสียงดีกว่ากัน เพราะคุณภาพเสียงนั้นหมายถึง การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงย่านเสียงทุ้ม ย่านเสียงกลาง และย่านเสียงแหลมออกมาได้ครบครัน ชัดเจน และให้รายละเอียดเสียงดนตรีจากเพลงที่เรากำลังฟังได้ครบตรงเพลงที่สุด

 

          จากการทดสอบและเปรียบเทียบเสียง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ก็ต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า..ว่าอะไรดีนะ..ฮ่าๆ เอาแบบนี้ครับ แอดมินขอวิเคราห์เปรียบเทียบเสียงของหูฟังไร้สายทั้ง 2 ตัวผ่านเพลงที่แอดมินจะใช้ทดสอบดังต่อไปนี้

(Pop) Billy Jeans - Micheal Jackson

(Rock) แป๊ะอย่าร้อง - Silly Fools

(Metal) Happy Song - Bring Me The Horizon

(Hip-Hop) Rap God - Eminem

 

การทดสอบ : iPhone 12 จุกหูฟัง stock ไซส์ M Edifier NeoBuds Pro เสียงแบบ dynamic ดั่งเดิม FIIL CC Pro 2 เสียงแบบ default ดั่งเดิม สตรีมมิ่งเพลงผ่าน Apple Music และ Spotify

 

(Pop) Billy Jeans - Micheal Jackson

Edifier NeoBuds Pro :

          เสียงไฮแฮทกลอง (hi-hat) คมขึ้นขอบ สว่างใส เป็นประกายแต่ไม่กวนหู เสียงเครื่องเขย่าที่อยู่ด้านขวาฟังดูเป็นเครื่องเขย่าจริงๆ เสียงโน๊ตเบสให้อารมณ์ที่อิ่มเต็มมวลเสียง ชัดทั้งหัวโน๊ตและย่าน subbass ที่คอยโอบอุ้มฟังแน่น เสียงโน๊ตเดินไลน์เบสพริ้ว ไม่ขุ่นมัว เสียงร้องอยู่ระนาบเดียวกับเสียงดนตรีโดยรอบ ฟังฉะฉานทุกคำร้อง ไม่มีเสียงดนตรีอื่นๆมากัดกวนเสียงร้องเลย เสียงกีต้าร์เสียงคมกรอบตีคอร์ดเด้งๆได้ใจมาก จังหวะของกระเดื่องกลองอิมแพ็คตึ้บแบบกำลังดี ชวนให้โยกหัวไปตามจังหวะได้นานจนจบเพลงโดยที่ไม่รู้สึกล้าหูเลยแม้แต่นิดเดียว มิติเสียงโปร่งกว้าง รู้สึกถึงช่องว่างอากาศตรงกลางให้หายใจ ทำให้ฟังแล้วไม่รู้สึกอึดอัดครับ

FIIL CC Pro 2 :

          เสียงไฮแฮทกลอง (hi-hat) ค่อนข้างหม่น หัวไม้กลองไม่ชัดมาก เสียงเครื่องเขย่าชิคๆทางด้านขวาออกแนวทุ้มๆ ปลายแหลมออกไม่ชัดมาก เสียงโน๊ตเบสให้มวลเสียงที่อิ่มฟังดูเป็นลูกกลมๆ subbass ชัด แต่เสียงหัวโน๊ตค่อนข้างโดนย่านเสียง subbass ทับไปนิดนึงจนทำให้หัวโน๊ตเบสติดพร่าเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังฟังดูโอเค เสียงร้องค่อนข้างพุ่ง โทนเสียงออกอุ่นๆเช่นกัน ปลายเสียงคำร้อง S หรือ ซ ไม่ค่อยออก จังหวะเสียงกระเดื่องกลองค่อนข้างเบาไปนิด แต่ก็ยังฟังและโยกหัวตามจังหวะได้ มิติเสียงจะออกแนวกลมกล่อม ไม่กว้างไปและไม่แคบเกินไป อยู่ในระดับพอดีๆ ตรงกลางค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยเสียงดนตรีครับ

 

(Rock) แป๊ะอย่าร้อง - Silly Fools

Edifier NeoBuds Pro :

          เสียงตีคอร์ดกีต้าร์ให้อารมณ์ที่ฟังดูดุดัน เดือด หนักแน่น เพราะเสียงกีต้าร์มีความสมดุลย์ทั้งเสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลม ทำให้ได้เสียงกีต้าร์ที่ฟังดูมีเนื้อมีหนัง เนียนลื่นไปกับหู ไม่แบน ฟังประกบกับเสียงเบสแล้วทำให้ภาคจังหวะของเพลงแน่นแบบพอดี เสียงเบสและเสียงกระเดื่องกลองอิ่มเอิบ มวลแน่นหนา และมีแรงปะทะที่หนักหน่วงแบบไม่กวนเสียงดนตรีชิ้นอื่นๆ เสียงร้องอยู่หน้าวงดนตรีเล็กน้อย เสียงร้องฟังชัดเป็นตัว ฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ และให้อารมณ์การฟังที่ดุเดือดไปกับความเร็วของเสียงดนตรีโดยรอบได้อย่างดี มิติเสียงโปร่งกว้างฟังดูอลังกาลงานสร้างมากครับ

FIIL CC Pro 2 :

          เสียงตีคอร์ดกีต้าร์ค่อนข้างออกไปทางปลายแหลม มีเนื้อทุ้มอยู่เล็กน้อย เนื้อเสียงกีต้าร์อาจไม่อวบอ้วนมากนักแต่ก็อยู่ในระดับที่ฟังดูมีเนื้อมีมวล ถึงแม้ในท่อน hook เสียงกีต้าร์อาจฟังดูมีความจิก แสบๆคันๆหู และอาจจะฟังดูนัวๆไปบ้าง แต่ก็ให้อารมณ์การฟังที่เดือดดี เสียงเบสและเสียงกระเดื่องกลองมีแรงปะทะที่ฟังดูมีไดนามิคที่ดีมาก เสียงร้องฟังดูกลมกล่อมไปกับเสียงดนตรีโดยรอบ ถึงแม้จะมีบางท่อนที่ฟังดูเสียงร้องกับเสียงกีต้าร์ฟังดูเบียดๆกันไปบ้าง แต่ก็ให้อามณ์การฟังที่ดูไปด้วยกันได้ดี เวทีเสียงมีขนาดกลางๆ ไม่กว้างไปและไม่แคบไปจนฟังดูอึดอัดครับ

 

(Metal) Happy Song - Bring Me The Horizon

Edifier NeoBuds Pro :

          ส่วนตัวแอดมินชอบเสียง Edifier NeoBuds Pro ตอนใช้ฟังเพลงนี้มากๆ เพราะมันฟัง “โครตลงตัว โยกหัวจนปวดขมับ” เพราะเมื่อขึ้นเพลงมาในท่อน intro ก็สัมผัสได้ถึงเสียงกลองที่ฟังดูกระแทกกระทั้น แรงปะทะทรงพลัง และยิ่งเสียงกีต้าร์ที่เล่นเข้ามาแล้วมันฟังดูสาดมันส์ไปกับจังหวะกลองมากๆ และเสียงกีต้าร์ฟังดูกระจ่างชัด สว่าง ไม่แสบหูเลยแม้แต่นิดเดียว เสียงร้องของเฮียโอลิเวอร์ไม่จมไปกับเสียงดนตรีหลายชิ้นที่อัดแน่นในเพลงนี้เลย เสียงเบสฟังดูอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ย่านตํ่าอุ้มทั้งวงดนตรีได้อย่างแข็งแรง มิติเสียงให้อารมณ์ตามสไตล์หูฟังตัวนี้คือ กว้าง โปร่ง และฟังดูอลังกาล โอ้โห ถ้ายิ่งท่อน breakdown ใครฟังกับหูฟังตัวนี้ ต้องมีเผลอโยกหัวอย่างเมามันกันเลยทีเดียวเชียวครับ

FIIL CC Pro 2 :

โทนเสียงค่อนข้างออกไปทางอุ่นๆครับ เสียงกีต้าร์ค่อนข้างฟังดูนัวๆ และออกไปทางเสียงแหลม เนื้อเสียงกีต้าร์อาจจะมีความหยาบกระด่างนิดนึงแต่ให้อารมณ์การฟังที่ดุดันดีมาก เสียงนักร้องเวลาร้องคำที่เป็นตัว S หรือเสียง ซ ค่อนข้างซึบๆจิกหูหน่อยๆ แต่ให้แรงปะทะของเสียงกลองที่ฟังดูมีไดนามิค และเสียงสแนร์ที่มีฟังดูมีนํ้าหนักดีมาก มิติเสียงก็เช่นเดิมครับ ออกแนวปานกลาง ไม่กว้างไปและไม่แคบไปครับ

 

(Hip-Hop) Rap God - Eminem

Edifier NeoBuds Pro :

          ในเพลงนี้ นํ้าเสียงของ Edifier NeoBuds Pro จะออกแนวใสๆ เสียงกระเดื่องกลองและเสียงเบสลงได้ตํ่าลึกจนรู้สึกเหมือนเสียงมันอยู่ในลำคอ เสียงเอฟเฟคต่างๆออกแนวเคลียร์ฟังดูระยิบระยับ และเสียงร้องไรม์ชัด ใส ฟังดูมีความพริ้วไหวและต่อเนื่องดีมาก และเสียงร้องไรม์ไม่ถูกเสียงดนตรีรอบๆทับหรือกัดกวนเลยแม้แต่นิดเดียว เวทีเสียงในเพลงนี้จะยังออกแนวโปร่งกว้าง แต่เห็นมิติตอนลึกที่ชัดเจนขึ้นครับ

FIIL CC Pro 2 :

          ในเพลงนี้นํ้าเสียงของ FIIL CC Pro 2 จะออกโทนอุ่นๆไม่สว่างมาก แต่ในเพลงนี้นํ้าหนักเบสของ FIIL CC Pro 2 มีไดนามิคที่ดี มีความตุ้บตั้บของเสียงกระเดื่องกลองที่ฟังชวนโยกหัว มีแรงปะทะที่ฟังสนุก เสียงเอฟเฟคต่างๆออกชัดเจนได้เนื้อดี เสียงร้องไรม์ชัด อิ่ม แต่ท่อนที่แร๊ปเร็วๆเสียงอาจจะฟังดูตุ่นๆเบลอๆเล็กน้อย แต่ก็ยังฟังแล้วเผลอโยกหัวได้โดยที่ไม่รู้ตัว เวทีเสียงตัวนี้ก็เช่นเดียวที่มีขนาดกลางๆทั้งมิติเสียงในแนวยาว และมิติเสียงตอนลึกครับ

 

          ถ้าถามแอดมินว่าคุณภาพเสียงตัวไหนดีกว่าระหว่าง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ข้อนี้แอบยากพอสมควรเพราะคุณภาพเสียงดีทั้งคู่ แต่จากการทดสอบแล้วส่วนตัวแอดมินให้คุณภาพเสียงของ Edifier NeoBuds Pro จะรับกับเพลงได้แทบจะทุกแนวมากกว่า จะต่างกับ FIIL CC Pro 2 ที่จะค่อนข้างแพ้กับเพลง Rock / Metal แต่ถ้าใช้ฟัง Hip-Hop อันนี้เจ๋งเลย

 

  • ส่วนโทนเสียง ถ้าเพื่อนๆชอบแนว เบสหนัก แต่ยังได้เสียงร้องและเสียงแหลมสว่างๆ คมเนียนใสและมีมิติที่ฟังโปร่งสบาย เพื่อนๆน่าจะชอบ Edifier NeoBuds Pro
  • แต่หากเพื่อนๆชอบแนวเบสหนักๆ ฟังมีไดนามิค โทนเสียงออกแนวอุ่นๆหม่นๆ ไม่เน้นเสียงแหลมมาก เพื่อนๆน่าจะชอบเสียง FIIL CC Pro 2

 

 

 

สรุปตัวไหนดี ?(Conclusion)

          หากถามว่าถ้าจะเอาสักตัว ระหว่าง Edifier NeoBuds Pro กับ FIIL CC Pro 2 ? แอดมินขอสรุปให้ง่ายๆว่า ถ้าท่านชอบดีไซน์เท่ๆ ชอบโทนเสียงอุ่นๆ เบสนัวๆหนักๆ และใช้เรื่องของระบบเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน FIIL CC Pro 2 จะตอบโจทย์

 

          ถ้าท่านต้องการหูฟังไร้สายที่ราคาถูกที่สุด ไม่ได้ติดเรื่องใช้ระบบต่อ 2 อุปกรณ์ แต่เน้นใช้งานได้ดีแบบรอบด้านสุดทุกฟีเจอร์พื้นฐานมากกว่า โทนเสียงฟังง่ายเปิดเพลงอะไรก็เนียนใสแทบจะทุกแนว Edifier NeoBuds Pro ถูกและคุ้มค่ากว่ากับราคาที่จ่ายไปครับ

 

          และนี่คือรีวิวเปรียบเทียบ Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 ทุกอย่างเกิดจากการทดสอบและกลั่นผ่านความคิดเห็นจากประสบการณ์การทดลองหูฟังมาหลากหลายตัวอย่างยาวนาน นี่อาจเป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆให้เพื่อนๆที่กำลังสนใจได้เก็บมาประกอบตัดสินใจและแอดมินหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆพิจารณาการเลือกหูฟังได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

 

          แต่สำหรับใครที่อยากทดลองเปรียบเทียบด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ แอดมินจะวาง Edifier NeoBuds Pro และ FIIL CC Pro 2 เอาไว้ที่หน้าร้านเพื่อรอให้เพื่อนๆที่สนใจมาทดลองฟังกัน หน้าร้านของเรา 425º Flagship Store อยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4 โซน Atrium ร้านติดกับร้าน Muji สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน

 

ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าเพื่ออ่านบทความนี้ ขอบคุณครับ (ยกมือไหว้)