อัพเดท 5 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่จาก JBL มีครบทั้ง True Wireless, Headphone

อัพเดท 5 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่จาก JBL มีครบทั้ง True Wireless, Headphone
15 มกราคม 2024 448 ผู้เข้าชม
อัพเดท 5 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่จาก JBL มีครบทั้ง True Wireless, Headphone

 

  • สวัสดีครับเพื่อนๆ 425Audio ทุกท่านครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดหูฟัง,ลำโพงหลากหลายแบรนด์ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาแข่งขันกันอย่างดุเดือดพอสมควร ทำให้รู้สึกว่าตลาดเทคโนโลยีด้าน Audio ก็มีความครึกครื้นเหมือนกันนะเนี่ย และหนึ่งในแบรนด์นั้นที่พลาดไม่ได้และถือว่าเป็นแบรนด์ใหญ่ที่น่าจับตามองก็คือ JBL นั่นเองครับ ซึ่งแบรนด์สินค้าหมวดหมู่ JBL นั้นถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของพวกเราชาวไทยกันมาอย่างยาวนาน ถ้านึกถึงคาแรคเตอร์ Sound Quality ที่คมชัด เสียงกระหึ่ม ยังไงก็ต้องนึกถึงแบรนด์นี้ เอาเป็นว่าช่วงปีที่ผ่านมา มีหูฟังแบบไหน ประเภทไหนบ้าง ไปดูกันดีกว่าจ้า

 

อัพเดท หูฟังไร้สาย 5 รุ่น มีรุ่นไหนบ้าง

  1. JBL Live Flex
  2. JBL Tune Beam
  3. JBL Tune 770NC
  4. JBL Tune 720BT
  5. JBL Tune 520BT

 

 

เริ่มที่ซีรีย์ หูฟังไร้สาย True Wireless

 

1. JBL Live Flex True Wireless

  • JBL Live Flex รุ่นนี้เปรียบเสมือนรุ่นท็อปที่สุดก็ว่าได้ สำหรับหูฟังทั้ง 5 ตัว สำหรับเจ้า JBL Live Flex นี้มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Earbuds ที่ให้ความพรีเมี่ยมทุกมิติ นับตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้รวมถึงดีไซน์ของกล่องและหูฟังครับ 
  • จุดเด่นรุ่นนี้เป็นเรื่องของทรง Earbuds แต่ให้มาครบ ไม่ว่าจะเป็น ANC ตัดเสียงรบกวน, เทคโนโลยีเสียง JBL Pure Bass ที่ให้เสียงเบสที่ฟังสนุก คมชัดตามสไตล์แบรนด์ การเชื่อมต่อทันสมัย ต่อ 2 อุปกรณ์ได้ อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ JBL Spatial Sound จำลองมิติเสียงรอบทิศทาง เรียกง่ายๆว่าฟีเจอร์ครบเครื่อง สมราคาสุดๆ
  • JBL Live Flex ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่หูฟัง สูงสุด 40 ชม. โดยตัวหูฟังใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชม. รวมชาร์จกับเคสได้อีก 32 ชม. และยังรองรับ Fast Charge 15 นาที ใช้ได้สูงสุด 4 ชม. รองรับ Wireless Charge
  • สำหรับใครที่ต้องการสนทนาคุยงาน หรือใช้งานประจำวันทั่วไป ก็ยังใช้งานได้ดีครับ JBL Live Flex มาพร้อมกับไมโครโฟนสนทนาแบบ Beamforming 6 ตัว ช่วยให้คุยโทรศัพท์ได้ชัดเจน มีการช่วยในเรื่องของการลดเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้คุยได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยครับ
  • สำหรับเพื่อนๆที่ตั้งใจตามหาหูฟังที่สวมใส่สบาย รูปทรง Earbuds ฟีเจอร์ครบครัน เน้นความพรีเมี่ยม JBL Live Flex ตัวนี้ตอบโจทย์จ้า

 

Highlight จุดเด่น

  • เสียงเบสดี ชัดเจน จับต้องง่าย
  • มี ANC ตัดเสียงรบกวนได้จริง
  • ต่อพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ (Multipoint)
  • ไมค์ 6 ตัว สนทนาได้ดี

 

จุดพิจารณา

  • ราคาสูง
  • ตัดเสียงรบกวนไม่เงียบเท่าหูฟังทรง In-Ear
  • มีเสียง Ambient บ้างขณะสนทนา

 

Gallery เพิ่มเติม

 


 

 

 

2. JBL Tune Beam True Wireless

  • สำหรับรุ่นต่อมาเป็น In-Ear True Wireless อีกตัวที่ถือว่า มีฟังก์ชั่นต่างๆที่คุ้มค่าเกินราคา และอยู่ในช่วงราคาแบบ Mid-Range สามารถจับต้องได้ไม่ยากครับ นี่คือ JBL Tune Beam True Wireless ครับ
  • สำหรับเพื่อนๆที่ชอบหูฟังประเภท In-Ear ชอบสวมใส่หูฟังที่ได้ความกระชับมากขึ้นหน่อย รวมถึงการตอบสนองของเสียงที่แม่นยำกว่า Earbuds ด้วย JBL Tune Beam ตัวนี้จะตอบโจทย์ได้ดีแน่นอนครับ
  • คาแรคเตอร์เสียงของ JBL Tune Beam นี้ เมื่อเทียบกับ JBL Live Flex จะได้ความกระหึ่มที่ดีกว่าในย่านเสียงเบสครับ เนื้อเสียงเบสมีความเข้มข้นหรือความเป็นมวลเสียงที่จับต้องได้ดีกว่า รวมถึงย่านเสียงกลางและเสียงแหลมที่มีความจัดจ้านมากกว่า เรียกว่าถอดคราบความเป็นคาแรคเตอร์ของเสียง JBL รุ่นสูงๆมาได้ดีมากครับ
  • ส่วนของสเปคฟีเจอร์ต่างๆ ก็มาสมน้ำสมเนื้อกับค่าตัว ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวนตอนฟังเพลง(ANC), ระบบรับเสียงรอบข้าง(Ambient Mode), การเชื่อมต่อแบบ Multipoint (ต่อ 2 อุปกรณ์) เอาเป็นว่าถ้ามองหาความคุ้มค่า สมราคา JBL Tune Beam ตอบโจทย์ครับ

 

Highlight จุดเด่น

  • คาแรคเตอร์เสียงฟังสนุก เบสกระชับ จับต้องง่าย รายละเอียดจัดจ้าน
  • มี ANC ตัดเสียงรบกวนได้จริง
  • ต่อพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ (Multipoint)
  • แบตฯอึด 12 ชม.

 

จุดพิจารณา

  • บางแนวเพลง เสียงย่านต่ำไม่เคลียร์มากนัก
  • ระบบตัดเสียงรบกวนไม่ได้เงียบที่สุดในตลาด
  • การตัดเสียงรบกวนในไมค์สนทนา อยู่ในระดับกลางๆ 

 

 

Gallery เพิ่มเติม

 


 

ต่อไปเป็นซีรีย์ Headphone บ้าง

 

 

3. JBL Tune 770NC Wireless Headphone

  • นี่คือพระเอกในตระกูล ของ Headphone ทั้งหมด 3 ตัว JBL Tune 770NC สำหรับหูฟังตัวนี้เป็น Headphone ราคาจับต้องได้แบบ Mid-Range เช่นกัน ที่แฝงความครบเครื่องตั้งแต่เรื่องคุณภา่พเสียงเอกลักษณ์ของ JBL และยังมีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลง (Adaptive Noise Cancelling) ซึ่งมีเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ในบรรดาหูฟังครอบหูที่กล่าวมาทั้งหมดครับ
  • ด้านฟีเจอร์หรือสเปคการใช้งานต่างๆต้องยอมรับว่าเป็นฟีเจอร์ที่ทันสมัยมากๆแล้ว หลังจากที่ซีรีย์ Tune นั้นเงียบมานาน โดย JBL Tune 770NC ยังมาพร้อมไมค์รับเสียงภายนอก Smart Ambient เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.3 เชื่อมต่อได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (Multi-point) เทคโนโลยีเสียง JBL Pure Bass Sound ต้องมาแน่นอน รวมถึงการรองรับแอพฯ JBL Headphone App สามารถปรับแต่งเสียงได้ Custom EQ สามารถปรับแต่งโหมดการใช้งานเป็น Video Mode, Audio Mode และฟีเจอร์ VoiceAware สำหรับการรับเสียงพูดเข้าหูฟังขณะสนทนา แบตเตอรี่สูงสุดถึง 70 ชม. รองรับ Fast Charge 5 นาที ใช้งานได้ 3 ชม. 
  • ใครที่กำลังมองหาหูฟัง Headphone ที่สะดวกต่อการใช้งาน ตัวหูฟังน้ำหนักเบา สามารถพับและพกพาสะดวก คุณภาพเสียงกระหึ่มๆ ดนตรีมาชัดทุกย่านเสียง ได้โทนเสียงในแบบฉบับความ Modern สมัยใหม่ ตัวนี้ตอบโจทย์ครับ

Highlight จุดเด่น

  • รายละเอียดเสียงครบเครื่อง โทนเสียงฟังสนุก แต่ยังมีความเป็นธรรมชาติ
  • รองรับฟีเจอร์ ANC ตัดเสียงรบกวน, Ambient Mode ดูดรับเสียง
  • รองรับทั้ง Bluetooth, และ Aux ช่อง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

 

จุดพิจารณา

  • ฟีเจอร์ ANC ตัดเสียงรบกวน ยังอยู่ในระดับกลางๆ
  • ไมค์คุยโทรศัพท์ใช้คุยได้พอประมาณ

 


 

 

Gallery เพิ่มเติม

 


 

 

4. JBL Tune 720BT Wireless Headphone

  • สำหรับเจ้า JBL Tune 720BT นี้ นับว่าเป็น Headphone ที่ให้คุณภาพเสียงได้อยู่ในระดับบนๆเช่นเดียวกัน มาพร้อมกับค่าตัวที่จับต้องได้ไม่ยากอยู่ในช่วง Mid-Range ไม่เกิน 4,000.- ถ้าใครเน้นฟังเสียง ชอบฟังเพลง จับผิดดนตรี ฟังหลากหลายแนวเพลง โดยที่ไม่ได้เน้นในเรื่องของฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC, Ambient ตัวนี้จะตอบโจทย์ได้ไม่ยาก
  • เทคโนโลยี JBL Pure Bass Sound ยังคงเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ของ JBL เพราะเทคโนโลยีนี้ช่วยให้เสียงย่านต่ำ หรือเสียงเบสของหูฟังมีความสมจริง แม่นยำ หนักแน่น ใครชอบฟังเพลงเสียงเบสเด่นๆจะชอบได้ไม่ยากครับ
  • ฟีเจอร์ต่างๆยังถือว่าทันสมัยครับ รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.3 รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 มม. รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (Multipoint Connect) ปรับแต่งเสียงได้ในแอพฯ JBL Headphones App แบตเตอรี่อึดถึง 76 ชม. อีกทั้งยังน้ำหนักเบา พับเก็บได้ พกพาสะดวกด้วยครับ
  • เอาเป็นว่าใครที่เป็นสาวก JBL อยู่แล้ว และยังต้องการสไตล์เสียง JBL ในยุคสมัยใหม่ ที่ได้ความ Modern มากขึ้น ตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

 

Highlight จุดเด่น

  • รายละเอียดเสียงครบเครื่อง โทนเสียงฟังสนุก แต่ยังมีความเป็นธรรมชาติ
  • รองรับทั้ง Bluetooth, และ Aux ช่อง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานมาก

 

จุดพิจารณา

  • ไม่รองรับฟีเจอร์ ANC ตัดเสียงรบกวน
  • ไมค์คุยโทรศัพท์ใช้คุยได้พอประมาณ

 


 

 

Gallery เพิ่มเติม

 


 

 

5. JBL Tune 520BT Wireless Headphone

  • สำหรับเจ้า JBL Tune 520BT รุ่นนี้เป็นหูฟังไร้สาย Wireless Headphone ประเภท On-Ear ครับ เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่อยากหาหูฟังประเภทครอบหูไว้ใช้งานประจำวันครับ
  • จุดเด่นของ JBL Tune 520BT Wireless Headphone นี้คือเรื่องรูปทรง On-Ear ที่เวลาใส่แล้วจะไม่ได้อึดอัดหรือปิดหูทั้งหมดครับ ทำให้เราสวมใส่ได้รู้สึกโปร่งกว่าแบบครอบทั้งใบหู หรือ Over-Ear ครับ 
  • ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นต้องยอมรับว่า ยังคงมีคาแรคเตอร์เสียงในแบบฉบับที่ชัดเจน ครบองค์ ทรงเครื่องตามแบบของ JBL โดยในรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี JBL Pure Bass Sound ที่ช่วยในเรื่องเสียงเบสที่คมชัดเหมือนรุ่นราคาสูงๆครับ
  • ใครต้องการพกพาประจำวันไปใช้ตามที่ต่างๆ JBL Tune 520BT มาพร้อมกับน้ำหนักเพียง 157 กรัม ที่สามารถพับให้เล็กลงและเก็บได้สะดวกด้วยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นหูฟังยังมาพร้อมแบตเตอรี่ต่อเนื่องได้ถึง 57 ชม. และรองรับ Fast Charge 5 นาที = 3 ชม. ครับ
  • เรื่องความเสถียรการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆก็ไฮเทคครับ โดยเชื่อมต่อได้ผ่าน Bluetooth 5.3 และยังรองรับ Multipoint การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องที่ 2 ด้วยครับ
  • หากเพื่อนๆสนใจหูฟังครอบหูที่ให้ความคล่องแคล่วได้ดี ได้แบรนด์ระดับมาตรฐานสูง คาแรคเตอร์เสียงแบบฉบับของ JBL รายละเอียดดนตรีครบเครื่อง ฟังสนุก ราคาไม่แรงมาก ตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

 

Highlight จุดเด่น

  • แบตฯอึดมาก 57 ชม.
  • พับให้เล็กลงได้ พกพาง่ายขึ้น
  • โทนเสียงฟังสนุก รายละเอียดดนตรีชัด
  • ต่อ 2 อุปกรณ์ได้

 

จุดพิจารณา

  • การตัดเสียงรบกวนขณะสนทนายังไม่เนี๊ยบ
  • บางคนใส่ทรง On-Ear แล้วไม่สะดวก

 


 

 

Gallery เพิ่มเติม

 


 

 

สรุปเปรียบเทียบสเปค

 

Related posts